[fic] Harmonized Finale :: Tiger*Bunny

posted on 20 May 2014 01:42 by wolf-zaa in Fiction directory Fiction
ยังไม่รู้จะเอาฟิคไปแปะไว้ไหนอยู่ดี ก็เอามาแปะในนี้ละกัน //กลับมาตายรังที่เอ็กซ์ทีนเช่นเดิม o<---<
 
----------
 
 
 
 
Harmonized Finale
 
The.wolF
 
Tiger & Bunny Fanfiction ; Kotetsu T. Kaburagi x Barnaby Brooks Jr. ; NC-15
 
--- ช่วงเวลาอยู่หลังจบซีซั่น 1 ก่อน The Rising
--- บังคับเปิดเพลง Harmonized Finale ไปด้วยระหว่างอ่านค่ะ (ฮา) เป็นเพลงจบ Rising ที่ทำให้อิวูล์ฟฟินตัวแตกตายในโรงหนัง และยังคงบ้าคลั่งมาจนถึงตอนนี้
 

 

 

 

 

 

ยางรัดผม

 

เสียงเปียโน

 

 

กลิ่นไวน์

 

 

 

เสียงกระซิบ

 

 

 

และ

 

 

 

ความรัก.

 

 

 

 

 

 

 

- ยางรัดผม - 

 

 

บางครั้งบาร์นาบี้ก็ชอบรัดผม

 

เขาสังเกตเห็นมาได้สักพักแล้ว เด็กนั่นจะไปที่ร้านทำผมเดือนละสองครั้ง เวลาอยู่ในที่ส่วนตัว ใช้แรงงาน ขนของ หรือทำอะไรที่ทำให้เหงื่อชื้นขึ้นที่หลังคอ บาร์นาบี้จะหายางรัดผมมารวบผมขึ้นไว้ บางทีก็รวบไม่หมด เหลือปล่อยระลงมาอย่างที่เจ้าตัวก็ทำอะไรไม่ได้

 

และต้องอยู่ในที่ส่วนตัว ใช่ แค่กับคนที่ยอมให้เข้ามาใกล้เท่านั้น อีกฝ่ายถึงจะยอมรวบผม

 

เด็กนี่ฟอร์มจัดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อะไรที่ทำให้ภาพลักษณ์เก่าๆ เสียไปก็คงไม่ทำ เขาจำได้ว่าครั้งแรกที่เห็น เขาค่อนข้างแปลกใจ และบอกตามตรง... มันไม่ได้แค่แปลกตาไปเสียด้วย

 

 

อาจเพราะอากาศร้อน อาจเพราะเพิ่งอาบน้ำมา

 

ไม่รู้ เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไร

 

 

 

 

“ของคุณครับ”

 

 

เสียงของบาร์นาบี้แว่วลอยเข้าหู เขากะพริบตา ก่อนจะหัวเราะออกมาแห้งๆ รับแก้วไวน์มาจากมือข้างนั้น เป็นไวน์กุหลาบอย่างที่เจ้าของบ้านชอบ ไม่ได้เป็นสีแดงเข้มจัดเหมือนเสื้อแจ็คเก็ตตัวนั้น แต่เหมือนสีแก้ว สีเลนส์บนแว่นตา สีที่ตัดลงมาอีกเฉดหนึ่งจากสีไวน์แดง

 

กลิ่นองุ่น กลิ่นผลไม้ กลิ่นหวานๆ กับรสเย็นเฉียบของไวน์แตะลงบนปลายลิ้น

 

ไหลผ่านริมฝีปากคู่นั้น

 

 

 

เขาหันหนีไปอีกทาง เขาไม่ได้คิดอะไร

 

บางที... ก็แค่บางที

 

 

 

 

บาร์นาบี้ควรจะเลิกรัดผมแบบนั้นต่อหน้าเขาสักทีด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

- เสียงเปียโน - 

 

 

เครื่องดนตรีที่เสียงหวานที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนโลก อาจจะเป็นเปียโน

 

ปลายนิ้วจรดลงบนแป้นคีย์สีขาวดำ เขามองไม่เห็น แต่รู้สึกได้ว่าโคเท็ตสึเบนสายตาจากกระจกบานใหญ่กลับมายังต้นกำเนิดเสียง แว่วเสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ แล้วอีกฝ่ายก็ก้มลงมา เอาคางวางลงกับไหล่เขา

 

“ฉันเคยได้ยินเพลงนี้”

 

“เหรอครับ”

 

“บันนี่นี่เก่งจังนะ”

 

เสียงเปียโนยังบรรเลงต่อไป เป็นโน้ตที่เขาเคยได้ยินมาก่อน โน้ตดนตรีที่เล่นออกมาได้เอง ตอนเด็กๆ เขาอาจฝึกเปียโนมามากพอจะทำให้จับคีย์ดนตรีได้ มันคงไม่เหมือนเพลงต้นฉบับไปทุกกระเบียดนิ้ว ท่วงทำนองติดจะช้ากว่าที่เคยฟังสักหน่อย แต่ความรู้สึกของเขา... ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

 

 

เป็นเพลงที่เขาหลงรักตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟัง

 

เพราะครั้งแรกครั้งนั้น คือวันที่โคเท็ตสึกลับมา

 

 

 

 

 

 

“...

 

Harmonized finale 星座になる

沢山の願いを乗せて
誰かを救いたいとか 君を笑わせたいとか

速すぎる時間時計の中で
ずっと続けばいいな けど

終わりが近づいてるのもわかるよ
大切な言葉ならポケットでそっと待ってる
さよなら さよなら ここからまた始まってく

...”

 

 

 

 

 

 

เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ชะงักมือ

 

เสียงของโคเท็ตสึแว่วอยู่ที่ข้างหู ใกล้แค่คืบ ระผ่านมาพร้อมลมหายใจ กับสำเนียงที่ฟังเพียงครั้งเดียวก็รับรู้ กระซิบคลอมากับทำนองที่ทำให้หัวใจเขาเผลอเต้นระรัวขึ้น

 

“ใช่เพลงนี้ไหม”

 

โคเท็ตสึถามยิ้มๆ เขาไม่ตอบ

 

 

ปล่อยให้นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นจับอยู่ที่มือของเขา ปล่อยให้มันไหลไปตามกระแสของเวลา

 

 

 

 

 

ภายใต้หมู่ดาวกับความหวัง

 

 

เขายังอยากช่วยใครสักคน อยากเอื้อมมือออกไป คว้าเอาไว้

 

และอยากได้ยินเสียงหัวเราะนั่น...

 

 

 

 

 

ริมฝีปากกดเข้าที่ข้างหู โน้ตดนตรีฟังแปร่งไป

 

เขาเผลอกลั้นหายใจเข้า เบี่ยงหนี โคเท็ตสึไม่ไล่ตาม เพียงแค่หัวเราะเบาๆ อย่างที่ทำทุกครั้งเหมือนจะเอ็นดู ดันตัวเขาให้เขยิบไปนิดแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้านหลังเขา ดันตัวให้เขยิบไปอีกนิด

 

เขาหลับตา

 

“โคเท็ตสึซังครับ...”

 

“หืม...”

 

 

 

 

 

เวลาเวียนหมุนผ่าน, เร็วเกินไป

 

บนเส้นทางที่ยังคงเดินต่อไป, บนเส้นทางที่ใกล้จะจบลง

 

ยังมีคำคำหนึ่งที่เก็บมันเอาไว้

 

 

ซุกซ่อนอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุด ที่ไม่เคยเอ่ยออกมา...

 

 

 

 

 

มีรอยจูบฝากทิ้งไว้ที่หลังต้นคอ เขาเริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างต้องจบลงตรงนี้ เสียงเปียโนหยุดลงแทบจะในทันที มากพอจะทำให้คนรอฟังเลิกคิ้วสูง ตีหน้ามุ่ยไป

 

“ไม่เล่นต่อแล้วเหรอ”

 

“คุณก็... อย่าวุ่นวายสิครับ...”

 

ก็เขาทนไม่ได้ มันจะทนไม่ได้...

 

 

โคเท็ตสึหัวเราะอีกครั้ง กอดเขาไว้แล้วกระซิบถามเป็นคำสุดท้าย ด้วยน้ำเสียงเดิมๆ ที่ทำให้เขาพ่ายแพ้ และคงจะพ่ายแพ้ตลอดไปอย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้เลย

 

 

 

“ไม่ได้จริงๆ เหรอ...”

 

 

 

 

 

ลาก่อน, ลาก่อน

 

แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่,

 

พร้อมๆ กัน...

 

 

 

 

 

 

 

 

- กลิ่นไวน์ - 

 

 

เคาน์เตอร์ที่บ้านของบาร์นาบี้กว้าง... ไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าบ้านของบาร์นาบี้กว้างเกินไปสำหรับคนคนเดียว ทั้งกว้างขวางและอ้างว้างไปพร้อมๆ กัน

 

เขาวางแก้วไวน์ทิ้งไว้ตรงนั้นแล้วเดินมานั่งบนเก้าอี้เปียโนด้วย ยึดพื้นที่ไปเกือบครึ่ง รวบเอวเข้ามากอดไว้จากทางด้านหลังแล้วกอดค้างไว้เช่นนั้นอย่างถือสิทธิ์

 

กลิ่นผลไม้หวานๆ จางๆ กระทบประสาทสัมผัส เขาก้มลงฝังปลายจมูกเข้าที่ซอกคอ... ใช่ กลิ่นไวน์ยังติดชัด ปนไปกับกลิ่นสบู่หอมๆ คุ้นเคย

 

 

“พ... พอเถอะครับ”

 

 

เสียงของบาร์นาบี้ฟังหวั่นขึ้นทุกที เขาหัวเราะลงลูกคอเบาๆ เลื่อนไปหอมแก้มที่เริ่มขึ้นสีจางๆ พลางถามกลับดื้อๆ

 

“ไม่ชอบ?”

 

นัยน์ตาสีเขียวหลังกรอบแว่นเสหลบไปอีกทาง งึมงำ

 

“คุณ... เมาแล้วครับ”

 

“เฮ่ ไวน์แก้วเดียวเนี่ยนะ ไม่เมาน่า” ยืนยันตัวเองเสร็จสรรพก็เอื้อมไปแตะบนข้อมือที่หยุดนิ่งไป “เล่นต่อนะ?”

 

อีกฝ่ายกัดริมฝีปากล่างแน่นเข้า มุ่นคิ้ว

 

“อยากฟังก็เล่นเองสิครับ”

 

“ฉันเล่นอะไรแบบนี้ไม่เป็นหรอกน่า” เขาหัวเราะเบาๆ ฝากความรักค้างไว้ที่หลังต้นคออีกครั้งหนึ่ง ซ้ำลงบนจุดเดิม เด็กคนนั้นสะดุ้งเฮือก หันกลับมามองเหมือนจะขวางหากขวางไม่ออก ทำได้เพียงก้มหลบ พรมปลายนิ้วลงกับคีย์เปียโนคล้ายจะตั้งสมาธิ ทำเมินเขาไปเสีย

 

เขายิ้ม คิดในใจว่าบาร์นาบี้ต้องหยุดรัดผม และหยุดดื่มไวน์ไปสักพัก

 

 

 

ทำนองตอนต้นหวนกลับมา ทำนองที่เขาเองก็จำได้ดี

 

 

 

 

 

“...

 

I miss you を通過してどれくらいだろう
意地を張って何とかやってるつもりだよ
劣等感は I don’t care 当たり前だろう
君を追いかけるよ 多分死ぬまで

 

...”

 

 

 

 

 

“ไม่น่าเชื่อว่าอย่างคุณจะจำเนื้อเพลงได้ด้วยนะครับ” บาร์นาบี้สวนกลับมา เอาจริงๆ เรียกว่าแขวะอาจจะถูกต้องกว่า เขายักไหล่ เคยชินเสียแล้วกับคำพูดประเภทนี้ รวมทั้งรู้ดีด้วยว่ามันไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรเลย

 

“แค่ได้ยินบ่อยๆ หลังจากกลับมาล่ะมั้ง”

 

 

 

 

ผ่านมานานแค่ไหนแล้วที่ยังคงคิดถึง

 

ยังคงยึดมั่น ยังคงดื้อรั้นไปตามที่ใจคิดตลอดมา

 

ที่ไล่ตามหาความสมบูรณ์แบบ ที่วิ่งหนีปมด้อยของตัวเอง

 

 

 

 

 

ทำนองเพลงช้าลง ช้าไปตามจังหวะริมฝีปากของเขาที่ไล่ไปตามรูปลำคอ ลากลงมาถึงขอบเสื้อ

 

กลิ่นไวน์ออกหวาน, หวานเกินไป

 

 

 

 

 

จะไล่ตามไปอย่างนั้น, จนกว่าจะหยุดหายใจ

 

 

 

 

 

เหมือนกับเด็กบางคน...

 

อ้อมแขนกระชับเข้า เสียงดนตรีหยุดไปแล้ว แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะเขารู้ว่าบาร์นาบี้ในตอนนี้จะต้องไม่เป็นไร

 

 

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่อยู่ ถึงแม้ว่าจะต้องแยกทาง

 

ทั้งๆ ที่เป็นอย่างนั้น...

 

 

 

“จริงๆ แล้ว” เขาเปรยลอยๆ กลั้วหัวเราะ “นายไม่จำเป็นจะต้องพาฉันกลับมาก็ได้แท้ๆ”

 

 

 

เด็กเจ้าเล่ห์ของเขาทิ้งตัวกลับมาในอ้อมกอด พิงเข้ากับบ่า

 

กระซิบถาม

 

 

 

“แล้วคุณจะหนีผมไปไหนหรือครับ โคเท็ตสึซัง...?”

 

 

 

 

 

 

 

 

- เสียงกระซิบ - 

 

 

โคเท็ตสึเป็นคนขี้โกง

 

ขี้โกงที่ทำให้หลงรัก ขี้โกงที่วิ่งตามมา ขี้โกงที่ไม่เคยยอมปล่อยเขาไปในวันที่อยากให้ปล่อย และขี้โกงที่สุดที่หายไปจากชีวิตเขาโดยไม่มีคำเตือนล่วงหน้า ไม่ถามความเห็น ไม่ให้แม้แต่เวลาจะทำใจเสียด้วยซ้ำ

 

รู้จักกันมาจนถึงตอนนี้ เขาเรียนรู้แล้วว่าคนแบบนี้... ใจร้าย

 

 

 

ใจร้ายที่ยอมให้ตัวเองเจ็บได้ ทรมานได้ โดยไม่สนใจว่าคนเฝ้ามองจะเจ็บกว่าสักแค่ไหน

 

ใจร้ายที่เป็นห่วง ใจร้ายที่คอยมาดูแล มาปกป้อง

 

 

 

โดยไม่ถาม... ว่าเขาเจ็บกว่าไหมเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายก็เจ็บเหมือนกัน...

 

 

 

เขาไม่เคยถามโคเท็ตสึอีกว่าทำไมถึงไม่ยอมเล่าปัญหาให้ฟังบ้าง เมื่อไรจะเชื่อใจบ้าง เพราะในเวลานี้ หลังจากที่ผ่านพ้นทุกสิ่งทุกอย่างมาแล้ว เขาก็ค้นพบว่าตนไม่ได้รังเกียจความใจร้ายแบบนั้น ตราบใดที่มือข้างนี้ยังเอื้อมออกไปถึงอีกฝ่ายได้

 

และตราบใดที่โคเท็ตสึยังยอมให้เขาวิ่งไล่ตามต่อไป

 

 

 

 

“เจ็บเหรอ?”

 

“เปล่า... ครับ...”

 

นิ้วสากกร้านเช็ดใต้ขอบตาให้แผ่วเบา ปลายนิ้วของคนทำงาน ของคนที่ช่วยทุกคนไว้ ก่อนที่เจ้าของมือข้างนั้นจะวาดยิ้มให้เหมือนทุกครั้ง

 

“ไม่ต้องเขินน่า”

 

คำปลอบตรงๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมและความนัยแฝง ตรงไปตรงมาอย่างที่เขาไม่เคยทำได้

 

“ก็... บอกว่า... เปล่าไงครับ...”

 

 

 

เจ็บ, แต่ไม่เป็นไรหรอก

 

เล็บจิกเข้ากับแผ่นหลังกว้าง ย้ำเข้าแทนการระบายความร้อนที่ระบายออกมาเองไม่ได้

 

แต่ว่า... คว้าได้แล้ว...

 

 

 

“อย่าไปไหนนะครับ...”

 

เสียงกระซิบ, อ้อนวอน, เพรียกหา

 

แลเห็นรอยยิ้มที่หางตา ก่อนที่เขาจะซบลงกับบ่าแล้วมองไม่เห็นอะไรอีก รู้สึกได้แต่ความรักที่กำลังเอ่อล้น ได้ยินแต่เสียงทุ้มๆ นั่นที่ฉุดเขาให้กลับขึ้นมายืนได้อีก...

 

“บันนี่...”

 

“อยู่กับผมนะ อยู่กับผมนะครับ...”

 

“บัน---”

 

 

 

 

“รักผม... นะครับ...” 

 

 

 

 

 

 

誰かと誰かを繋ぐ星空の下

เพียงได้เชื่อมต่อกับใครสักคน, อยู่กับใครสักคน, ใต้หมู่ดาวบนฟากฟ้า

 

 

 

 

 

ไม่มีคำตอบ บาร์นาบี้รู้ดีว่าโคเท็ตสึจะไม่ตอบ

 

แค่อ้อมแขนนั่น รอยยิ้มแบบนั้น... เพียงพอแล้วสำหรับเขา

 

 

 

“ถ้าไม่รัก ฉันจะกลับมามั้ยล่ะหืม?”

 

 

 

หากโคเท็ตสึก็ตอบ

 

เขาต่างหากที่กลายเป็นฝ่ายตอบอะไรไม่ได้เสียเอง และเอ่ยกลับไปได้เพียงเสียงครางแผ่วๆ ไร้ซึ่งความหมาย

 

 

 

“อ้อ จริงสิ”

 

โคเท็ตสึเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง บ้าเอ๊ย อย่าคาดหวังให้เขาตอบอะไรได้ไหม อย่างน้อยๆ ก็ไม่ใช่ในตอนที่อุณหภูมิห้องกำลังไล่ระดับขึ้นแบบนี้

 

“วันหลัง นายอย่ามัดผมแบบนี้ให้ใครเห็นเลยนะ”

 

เขาผละหน้าออกมาสบตาด้วยนิดหนึ่งอย่างแปลกใจ เห็นแววกระดากแปลกๆ ในดวงตาของโคเท็ตสึแล้วยิ่งสับสนด้วยว่าไม่ได้เห็นสายตาแบบนี้มานานมากแล้ว ซ้ำยังทำให้ไอระอุในร่างกายปะทุขึ้นได้อย่างน่าชัง

 

“ค... ครับ?”

 

“แล้วไวน์นั่นก็... อันตราย...”

 

กระซิบเตือนได้เพียงเท่านี้ก็รั้งเข้าไปจูบไว้ ไม่เปิดโอกาสให้ไถ่ถามอะไรกลับไปได้อีก บาร์นาบี้กะพริบตา แต่ท่าทางหัวสมองจะไม่รับรู้อะไรอีกแล้วเลยได้แต่เลยตามเลย

 

 

 

แต่ไม่เป็นไร... ไม่เป็นไรหรอก

 

ก็บอกว่าไม่เป็นไรไงล่ะ...

 

 

 

 

 

 

ありがとう ありがとう

ここからまた始まってく

ขอบคุณ, ขอบคุณ

 

ที่จะเริ่มต้นใหม่ไปด้วยกัน.

 

 

 

 

 

- Harmonized finale. -

 
 
 
 
 
 
Talk
 
อยากให้ฮิราตะกับโมริตะเอาเพลงนี้มาร้องคู่กันมากเลยค่ะ โฮรวววววววววววว //หรือจะโมริตะร้องคนเดียวก็ได้นะ คือเนื้อเพลงมันหมายถึงบันนี่ชัดๆ ได้อารมณ์บันนี่ร้องให้ลุงเสือมาก ยังกับคาแร็กเตอร์ซองแน่ะค่ะ
 
เป็นเพลงที่ฟังแล้วเขินมากเลยค่ะ TvT //ติ่งจะไม่ทน ไอเดียบันนี่เล่นเปียโนมาจาก >>คลิปนี้<< ค่ะ คือก็รู้แหละว่ามือผู้หญิง แต่มองแวบแรกเผลอนึกว่ามือบันนี่แล้วอิฉันฟินตายนำหน้าไปก่อนเลยค่ะ 5555555555555
 
อนึ่ง แฟนๆ ไทบันในไทยนี่เงียบมากจริงๆ นะคะ ฮือ หายไปไหนกันหมดก็ไม่รู้ หรือติ่งกันอยู่เงียบๆ ก็หารู้ไม่ (ยิ่งสายเสือต่ายยิ่งเงียบใหญ่เลย มองไปทางไหนก็มีแต่ต่ายเสือ แงงงงง //แต่ Rising นี่อวยเสือต่ายเห็นๆ เลยนะตัวเอง! ออฟฟิเชียลเลยนะ!!!)
 
ถ้ายังมีคนอ่านอยู่ก็ดีใจค่ะ //ซับ
 

Comment

Comment:

Tweet

@wolf-zaa ง้าก เสียดายวันนั้นเราไม่ได้ไปค่ะฮืออออ ;w; ดีใจทุกครั้งที่ได้เจอแฟนไทบันยิ่งโดยเฉพาะเสือต่าย /อีกคู่ที่ชอบก็พี่ฟ้าสูงกับอีวานฟหฟฟหกด

#4 By jyammii on 2015-02-01 16:30

@inkow1234 ไม่ช้าไปค่าาาา ฮือออออออออ เราตามหาแฟนไทบันมานานแล้ว โดยเฉพาะเสือต่ายค่ะ! ;w; //พุ่งเข้าชาร์จอย่างไม่คิดชีวิต
ทุกวันนี้เราก็ยังตามอยู่เหมือนกันค่ะ แต่แฟนคนไทยหายไปไหนหมดแล้วไม่รู้ ยิ่งเสือต่ายยิ่งมีน้อย เจอกันทีน้ำตานี่แทบไหลเลย (ฮา) แต่เราก็ยังปั่นอยู่เรื่อยๆ ล่าสุดไปออกโดในงาน CA2 พบว่ามีโดไทบันเล่มเดียวคือของเราค่ะ *ซับน้ำตา*
เอาจริงๆ เราก็แหม่งๆ กับลุงเคะเหมือนกัน ศักยภาพลุงออกจะเมะน้า.. open-mounthed smile
และ--- บันนี่จังเป็นอะไรที่น่ากินค่ะ  ♥♥♥♥♥♥♥

#3 By The.wolF on 2015-01-04 22:22

กรี๊ดดกสสฟสวหดสวฟสวหสวฟดสวด ไม่รู้ช้าไปมั้ยที่จะสครีม /ช้า..
แต่เราชอบมากเลยข่ะะะสวฟสวหากวสาห เราแฟนไทบันค่ะ ฮือออ
ทุกวันนี้ก็ยังตามอยู่ แม้ว่าจะขยันออกสินค้าก็ตาม /ซับ
ร..ระ..เรา ชอบเสือต่ายค่ะะะะ ฮือออออ นานๆ จะเจอคนชอบเสือต่ายเหมือนกัน
บันนี่น่ารักมากเลยค่ะงือออออ /ซึ่งจริงๆ ก็คือเรารู้สึกแหม่งๆ กับลุงเคะ๕๕๕
แต่บันนี่เคะเป็นอะไรที่ล้ำค่ามากเลยค่ะ เหมือนเด็กน้อยอ่อนต่อโลก ฮือ

#2 By jyammii on 2014-12-30 01:52

ฮวือออออออออออ ฟีลนี้อีกแล้วค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟ
ไทเกอร์บันนี่นี่ได้ยินมานานแล้ว ยังไม่เคยดูสักที #เคยแต่เห็บโดแวบๆ ถถถถถถถ
ตอนนี้ตามไปดูได้สามสี่ตอน พบว่า... มันเป็นอนิเมที่ฮาจริงๆ ไมาฃ่รู้ทำไม ดูไปหัวเราะไปตลอดเลย บันนี่นี่น่ารักจริงๆ #แต่ไทเกอร์น่ารักกว่า กรั่กกกก
เมะเคะยังสรุปไม่ค่อยได้ค่ะ ต้องดูต่อไปก่อน อะฮิฮิฮิ

#1 By fahmai on 2014-05-28 19:32

The.wolF View my profile