[fic] Dark Side of the Moon :: Renji*Byakuya

posted on 09 May 2014 18:16 by wolf-zaa in Fiction directory Fiction
----------
 
 
 
 
Dark Side of the Moon
 
The.wolF
 
Bleach Fanfiction ; Abarai Renji x Kuchiki Byakuya , Kurosaki Ichigo x Kuchiki Rukia ; NC-15
 
--- Omake เหมือนจะสปอยล์ช่วงเล่ม 60...
 

 

 

 

 

 

ข้าไม่ได้อยากเป็นดวงจันทร์ 

จันทร์ที่แขวนเอาไว้เพียงเพื่อประดับฟ้า 

 

 

อากาศหนาวเหน็บของยามค่ำคืนกรีดตัดลงมาบนผิว ประตูที่ปิดลงกลอนไว้แล้วไม่ได้ช่วยให้อบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย จันทร์เสี้ยวหายลับไปในความมืด มีเพียงแสงสลัวจากเปลวเทียนริบหรี่ที่อยู่สุดไปอีกมุมหนึ่งของห้อง สะท้อนเอาไอความร้อนให้ผ่านมาตามสีอมส้มที่ทาทาบไปบนผนัง

แสงไฟอื่นในห้องทำงานดับมืด เหลือเพียงเทียนเล่มนั้น กับเสื้อคลุมสีขาวของใครอีกคนที่กำลังสะท้อนแสงโรยๆ ลานไปกับสีผิวที่ขาวจัดไม่แพ้กัน

ยมทูตเป็นสีดำ ตัดกับสิ่งที่ซุกซ่อน

สัตว์ป่าย่อมเป็นสัตว์ป่า วานรมีกรงเล็บ อสรพิษร้ายมีคมเขี้ยว และสุนัขป่าย่อมมีอาวุธป้องกันตัว -- ไม่สิ -- อาวุธขย้ำเหยื่อ พวกเขาทั้งคู่รู้ดีว่าแต่ละคนเป็นใคร และมีอะไรที่แตกต่างบ้าง...

ด้วยเหตุนั้นจึงพยายามทะนุถนอม เพราะนั่นคือดวงจันทร์ นั่นคือแสงสว่างที่สอดส่องอยู่กลางฟากฟ้า คือสิ่งที่สุนัขจรจัดรู้ตัวดีว่าไม่อาจเอื้อมลงมาได้เลย

 

 

เจ็บไหมเล่า,

เจ็บไหม,

 

จันทรา... 

 

 

เขาหลับตาลง มือหยาบกร้านค่อยๆ ลากไล่ไปเชื่องช้าราวกับจะทดสอบความอดทน เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจและรู้ตัวหรือไม่ แต่เด็กคนนั้นกำลังจะก้าวล่วงเข้าสู่ด้านหลังของดวงจันทร์, เข้ามาสู่ความมืดที่คนทุกคนทำลืมไปว่ามี

เขาเองก็เคยมีมือแบบนั้น มือของนักรบ มือของคนถือดาบ แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ลำต้นแข็งแกร่งของซากุระก็ยิ่งเติบใหญ่ ความสากของเปลือกไม้จึงเหลือเพียงกลีบดอกสะพรั่ง เหลือแค่สีสันสวยงามที่แลดูอ่อนโยน...

มากเกินความเป็นจริง...

 

 

 

เช่นนั้นแหละ 

ข้าจึงไม่ได้อยากเป็นดวงจันทร์ 

 

จันทร์ที่แขวนเอาไว้เพียงเพื่อประดับฟ้า 

 

และหลอกลวง 

 

 

 

เพราะเคยสูญเสีย เขาถึงได้ยิ่งหวาดหวั่น

เขา, เขาคนนี้ที่ก้าวผ่านทุกความหวาดกลัวมาแล้ว เขาที่ให้สัตย์กับตนเองว่าจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ยิ่งขึ้นไปอีก มากขึ้นไปจนไม่มีทางล้มลงด้วยเรื่องเล็กน้อยที่เรียกว่าความกลัว เรื่องพรรค์นั้นที่ไม่มีทางจะ...

คมเขี้ยวฝังลึกเข้า สติสัมปชัญญะยิ่งสูญหาย

เสียงของใครบางคนกระซิบบอกอยู่ในความมืด เสียงที่เขาไม่อยากได้ยิน

 

หวาดหวั่นเถิด คุจิกิ เบียคุยะ...

ในเมื่อใจของเจ้ามิใช่จันทราที่สูงส่ง ในเมื่อร่างกายของเจ้ามิใช่ดวงจันทร์อันเลอค่า

ก็หวาดหวั่นเสียเถิด

 

หวาดหวั่นให้กับหัวใจของเจ้าที่ยังคงเต้นอยู่...

 

เสียงของตัวเขาเองยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เสียงที่บอกให้หวั่น ที่ย้ำให้กลัว ปลุกสัญชาตญาณและลางสังหรณ์ให้ร้องตะโกนว่าหนีไป... ไปให้ไกลจากสัตว์ร้ายนั่น แล้วจึงย้อนกลับมาฆ่าฟันด้วยดาบของเขาเอง...

หากเสียงของเขาที่หลุดออกมาจากกล่องคอกลับผิดไป

ไม่ใช่แม้แต่คำศัพท์ เป็นเพียงเสียงที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิต เสียงของอีกสัญชาตญาณหนึ่งที่ดึงเอาไว้แล้วถามว่าจะหนีไปไหนเล่า...

 

จะหนีไปไหน คุจิกิ เบียคุยะ

 

คนขี้ขลาดที่หลอกลวง ซ่อนอยู่ในเงามืดของดวงจันทร์เฉกเช่นเจ้า

จะไปไหนได้หรือ

 

“เร็นจิ...”

เสียงกระซิบแหบแห้ง ไม่มีที่มา เจือไปด้วยกระแสบางอย่างที่ไม่อยากยอมรับ เจ้าของนามชะงักไปนิดหนึ่ง เหลือบตาขึ้นสบด้วย หากคนเรียกไม่สบกลับ ชายหนุ่มจึงเบนความสนใจไปยังตำแหน่งเดิม รุกรานและกลั่นแกล้ง ยั่วยุให้บ้าคลั่งราวกับจะรู้ว่ามีตัวตนใดซุกซ่อนอยู่ใต้หน้ากากที่เรียบเฉยเป็นรูปสลักนั่น

“เร็น...จิ...”

หยุด หยุดได้แล้ว

มันควรจะหยุดเสียตั้งแต่แรก และความรู้สึกพรรค์นี้ไม่ควรเกิดขึ้น มันไม่ควรมีอะไรมากระทบถึงหัวใจเขา และคมเขี้ยวของสัตว์ป่าไม่ควรจะตะกายมาถึงฟากฟ้าได้

 

เขาไม่ได้อยากเป็นดวงจันทร์ ใช่ แต่ว่าเขาเป็น และจะต้องเป็น ต้องเป็นต่อไป...

 

“ครับ” คำตอบรับแผ่วเบา ชิดไปกับผิวกาย “อะไรหรือครับหัวหน้า”

ไม่มีความนัยแฝง เพราะสัตว์ป่าตรงไปตรงมา อิสระ หลุดพ้นจากห่วงโซ่ทุกอย่างที่พันธนาการ ไม่เหมือนกับเขา ไม่เหมือนกับเขา ไม่เหมือนกับ...

เขาพยายามควบคุมลมหายใจ

“หยุด” คงเสียงเอาไว้ให้เด็ดขาด “หยุดได้แล้ว”

ครั้งนี้นัยน์ตาสบเข้าอย่างจริงจัง แลเห็นแววไหวบางอย่างอยู่ในดวงตาสีแดงเข้ม ดูคล้ายจะถามมากกว่าอย่างอื่น

“ถึงขั้นนี้แล้วน่ะหรือครับ”

มันไม่ใช่ความกลัวที่ทำให้มือเท้าเย็นเฉียบ เพราะร่างกายกำลังร้อนผ่าว มีเพียงขั้วหัวใจเท่านั้นที่เย็นราวกับถูกแช่แข็ง ไม่แน่ใจว่าเย็นด้วยสิ่งใดกันแน่ระหว่างความกลัวของตัวเขาเอง กับเขี้ยวที่ฝังลงมาค้างอยู่ตรงนั้น

ทุกอย่างพังทลาย ราวกับลมหายใจสะกิดถูกผิวน้ำ พัดเป็นระลอกให้รูปดวงจันทร์ที่สะท้อนอยู่ให้สั่นคลอน

 

ต่อให้ขลาดเขลาเพียงใดก็คงรับรู้ว่าดวงจันทร์ที่ไขว่คว้า แท้จริงเพียงสะท้อนอยู่บนน้ำ

 

 

รู้แล้วหรือ รู้แล้วหรือไร

แล้วเหตุใดจึงยังรักอยู่ เหตุใดจึงยังไม่หลีกหนี...

 

เบียคุยะหลับตาลง ไม่ตอบคำถาม

 

 

 

อย่า, 

อย่ากลัว 

 

กลืนปิศาจนั่นลงไป เก็บมันเอาไว้ให้ลึกที่สุด 

 

แล้วอย่ากลัวที่จะเหยียบอยู่บนฟ้า... 

 

 

 

“หัวหน้า”

อย่ากลัว 

“หัวหน้าครับ...”

 

อย่ากลัวแล้วกลับขึ้นไปบนฟ้า... 

 

 

“ท่านเบียคุยะ...” 

 

 

หัวใจสั่นสะท้าน ผืนน้ำไหวสะเทือน กระทบไปถึงผืนฟ้า เบี่ยงเอาหมู่เมฆที่ก่อตัวให้แหวกทาง หมุนเอาจันทราให้หันเงามืดออกมาให้เห็น

เขาควบคุมลมหายใจไม่ได้ ในขณะที่เสียงของตัวเองกระซิบอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามที่จะรั้งสติเอาไว้

 

 

จงกลัวที่จะเป็นตัวเอง

 

กลัว, กลัวเถิด

อย่ากลับไป

อย่ากลับไปเป็นตัวเจ้า

อย่ากลับลงไปสู่แผ่นดินเบื้องล่าง

 

 

อย่ากลับไปสู่สิ่งที่เจ้าจากมา และสาบานว่าจะไม่กลับลงไปอีก...

 

 

“กอด... ข้า...” 

 

 

อย่ากลับไป...

“เมื่อกี้ท่านว่าอะไรนะครับ”

 

 

“กอดข้าเดี๋ยวนี้...” 

 

 

กลับไป...

 

 

“ข้าสั่งว่าให้รักข้าเดี๋ยวนี้ เร็นจิ!”

 

 

 

กลับไปเป็นตัวเจ้าที่เคยเป็น...

คุจิกิ เบียคุยะ...

 

 

 

 

...

 

ดวงจันทร์งั้นหรือ 

 

ในเมื่อคมเขี้ยวนั่นกระเสือกกระสน ตะเกียกตะกาย เอื้อมมาจนกอดเอาไว้ได้ 

และรู้ว่าข้าไม่ได้อยากเป็นดวงจันทร์ 

 

 

ก็แล้ว 

เด็กบ้านั่น 

จะให้ข้าฝืนสัญชาตญาณของตัวเองได้อย่างไร 

 

...

 

 

 

 

 

 

Omake

 

“ไงล่ะ บอกแล้วว่าให้รอดูไปก่อน”

“...”

“หล่อนก็นะ นั่นพี่ชายนะไม่ใช่พี่สาว ห่วงอะไรนักหนา เบียคุยะก็ทนทานจะตาย”

“...”

“แต่ไม่คิดเลยนะว่าเร็นจิมันจะ... อื้อหือ--- โอ๊ย!!”

“หุบปากไปเลยย่ะเจ้าบ้า! ข้าเรียกเจ้ามาช่วยดูสถานการณ์ไม่ใช่ให้มานินทาท่านพี่!”

“โอ๊ย ก็หล่อนจะดูสถานการณ์อะไรตอนดึกๆ ฟะ! หัวหน้ารองหัวหน้าเขานอนพักเรือนเดียวกันอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ ยังจะมาห่วงอะไรนักหนา!”

“ก็--- ก็ข้าเห็นท่านพี่ดูแปลกๆ นี่ นั่นท่านพี่ข้านะยะ!”

“ไม่ใช่พี่สาวซะหน่อย”

“ไอ้เจ้าบ้านี่ หาเรื่องกันใช่มั้ยเนี่ย!!”

พูดได้แค่นั้นก็โดนมือใหญ่ๆ คว้าปับเข้าให้กลางหน้า กะปิดปากแต่เอาจริงๆ อาจจะครอบได้ทั้งหัว คุจิกิ ลูเคีย สะดุ้งเฮือก ตะปบเข้ากับข้อมืออีกฝ่ายแล้วกระชากออก มองตาขวาง

“อะไร---!”

“เสียงดังจนจะได้ยินไปถึงในห้องท่านพี่เธอแล้ว”

เจ้าหล่อนหุบปากฉับลงทันใด ยิ่งพูดถึงพี่ชายบุญธรรมแล้วยิ่งเผลอคิดไปถึงภาพที่เห็น... จะเรียกว่าภาพที่ไม่สมควรเห็นที่สุดในโลกก็ว่าได้

 

“ข้าสั่งว่าให้รักข้าเดี๋ยวนี้ เร็นจิ!”

 

คิดถึงประโยคนี้แล้วเลือดมันพานจะไหลมาที่หน้ากันหมด ใครจะไปคิดไปฝันว่าท่านพี่ของเธอจะสั่งอะไรแบบนี้! ตอนแรกก็แค่เห็นทะเลาะอะไรกับเร็นจิมันอยู่ เห็นท่าทางแปลกๆ เลยลากอิจิโกะมาสอดส่องลาดเลา แล้วเป็นไงล่ะ... กว่าจะหาทางมุดเข้ามาได้แบบที่ไม่มีใครรู้ใครเห็นก็ปาเข้าไปนานเท่าไร แล้วอย่างแรกที่เห็นคือเร็นจิกำลัง...

เฮือก...

 

เห็นแวบแรกแล้วคิดออกอย่างเดียว... คือถ้าเธอเจอหน้ามันจังๆ เมื่อไรจะตบปากนั่นให้ได้--- ไอ้ปากที่ลวนลามพี่ชายเธออยู่นั่นน่ะ!

 

เธอเกือบหลุดเสียงออกไปแล้ว และเกือบจะพุ่งออกไปกระโดดถีบเพื่อนเก่าจากเมืองลูคอนนั่นด้วย ถ้าไม่ติดว่าอิจิโกะคว้าตัวเอาไว้ได้เสียก่อน ปิดปากจับมือไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้ ก้มลงกระซิบเสียงแข็งที่ข้างหู

“ยัยบ้า! ออกไปขัดเขาทำไม!”

ก็กำลังจะเถียงอยู่หรอกว่าพี่ชายหล่อนกำลังถูกลวนลาม จะให้ทนได้ยังไง แต่เสียงแหบพร่า เจือไปด้วยกระแสเชื้อเชิญของใครบางคนมันเล็ดลอดออกมาเสียก่อน

 

“กอด... ข้า...” 

 

อีแบบนี้... จะโลกมนุษย์ โซลโซไซตี้ ฮูเอโก้มุนโด้ หรือแม้แต่บนวังราชันย์ เขาก็เรียกว่าสมยอมเหมือนกันทุกโลกว่ะ...

เห็นอีแบบนั้นเข้าไปเจ้าหล่อนก็เลยเข่าอ่อน หน้าซีด จริงๆ เรียกว่าช็อคโลกแตกอาจจะเหมาะสมกว่า ร้อนจนอิจิโกะต้องเป็นฝ่ายอุ้มคุณเธอหนีออกจากตรงนั้น ไม่อยู่เป็นพยานรักให้ท่านหัวหน้าหน่วยหกและไอ้คุณรองหัวหน้าให้โง่ สุดท้ายก็ต้องมานั่งๆ นอนๆ กันอยู่ในห้องพักของแม่เจ้าประคุณในหน่วยสิบสาม ดีนะที่เขาได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ ไม่งั้นหาที่ซ่อนตัวแบบนี้ไม่ได้หรอก

 

ลูเคียถอนหายใจเป็นรอบที่ล้าน อิจิโกะทำหน้าปุเลี่ยนแปลกๆ

“มันจะอะไรกันนักกันหนา หือ” เขาก้มลงไปบีบแก้มเจ้าหล่อนแล้วเขย่าไปมา ลูเคียยิ่งหน้ามุ่ย

“ก็นั่นทั่นปี้อ้ะ!” บีบแล้วพูดไม่ชัดขึ้นมาเชียว ปล่อยก็ได้วะ “เจ้าคิดจะให้ข้าอยู่เฉยๆ หรือยังไง แล้วนั่นก็เร็นจินะ!”

“ก็เร็นจิไง”

“ผู้ชายนะ!”

คนฟังขมวดคิ้วมุ่น

“นี่” เสียงซีเรียสจนยมทูตสาวต้องหันมอง ตาขวางๆ เหมือนเดิม

“อะไรยะ”

 

“งั้นที่ฉัน -- ครึ่งยมทูตครึ่งควินซี่เศษมนุษย์เสี้ยวฮอลโลว์ -- ชอบยมทูตเต็มตัวอย่างเธอเนี่ย มันไม่ประหลาดกว่าเรอะ”

 

...

เอ๊ะ เหมือนหลุดอะไรออกไป

ลูเคียหน้าเงิบแดกที่สุดเท่าที่เคยทำมา แล้วสีแดงก็ค่อยๆ ไล่ขึ้นไประเบิดบึ้มบนแก้ม กระจายไปทั้งหน้า แดงไปถึงหูถึงคอจนอิจิโกะต้องหันหนีไปอีกทาง

 

“จ...เจ้าพูดบ้าอะไร...!”

 

ฉิบหายแล้วครับข้าพเจ้า ไม่ได้ตั้งใจจะสารภาพรัก

อันที่จริงก็เพิ่งมารู้ตัวเอาไม่นานนี้เองด้วย

 

“เอ่อ... คือ...” ไปไม่เป็นเลย อ้าว ฉิบหาย อย่าถอยกรูดแบบนั้นสิครับแม่คุณ “เฮ้ย จะไปไหน ไม่ใช่ว่าฉันจะกินเธอตรงนี้ซะหน่อย--- อุ๊ก!!”

“อะไร! ใครกิน! กินอะไร!” รัวมากและดุมาก อิจิโกะแยกเขี้ยววับ เกือบสูญพันธุ์แล้วเห็นมั้ย!

“บอกว่าไม่ได้จะกินโว้ย! หล่อนนี่ตื่นตูมฉิบหายเลย อย่าข้ามขั้นเซ่!”

“ไม่ได้ข้ามขั้น ก็--- ก็เจ้าพูดขึ้นมาก่อนนี่ยะ!”

“อะไรเล่า เห็นฉันเป็นผู้ชายยังไง!”

“ก็---!”

 

อ้าว ติดสตั๊นซะงั้น

 

อิจิโกะมองแล้วก็เผลอพยักหน้าเบาๆ กับตัวเอง เห็นคุณเธอหน้าแดงแป๊ด ชี้หน้าอ้าปากพะงาบๆ เหมือนจะด่าแต่ด่าไม่ออกแล้วก็ไม่รู้จะขำหรือจะอะไรดี เอ้อ นี่ทำผิดรึเปล่าวะที่หลุดปาก

พอลูเคียไม่ตอบ ห้องทั้งห้องเลยเหลือแต่ความเงียบ ทิ้งตัวอยู่นานมากจนเจ้าของห้องเริ่มจะอึดอัดซะเอง ในขณะที่ชายหนุ่มเพียงแค่นั่งเท้าคางมองอยู่เงียบๆ ไม่หือไม่อือ ไม่แสดงสีหน้าอะไรผิดไปจากปกติ

หัวใจคนมองเลยยิ่งสั่น

 

“ก...”

“หืม?”

 

“กลับโลกมนุษย์ไปได้แล้ว เจ้าบ้า!”

 

แล้วแม่คุณแม่ทูนหัวก็เปิดประตูกระโดดถีบยอดหน้าเขากระเด็นลิ่วออกนอกห้องอย่างบรรจงที่สุด โดยไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า ลูเคียกระชากประตูมาไว้เตรียมปิดแล้วโผล่หน้าออกไปตะโกนลั่น

 

“แล้วช่วงนี้ไม่ต้องกลับมาให้ข้าเห็นหน้าเลยนะ!”

 

“เฮ้ย! ไหงงั้น!”

ปัง!

 

...

อิจิโกะเกาท้ายทอยแกรกๆ มองห้องพักที่เงียบสนิทแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เห็นเงารางๆ ของหญิงสาวนั่งคุดคู้อยู่กับบานประตู ท่าทางคล้ายๆ จะกุมหัวตัวเองแน่นเสียด้วย

เอาเถอะ...

 

“งั้นวันหลังจะลงมาหาอีกก็แล้วกัน”

 

จนกว่าจะถึงครั้งหน้านั่นแหละ...

 

 

 

 

 

xxxxxxxxxx

 

 
 
Talk
 
แฟนดอมเก๊าเก่า แต่เราก็ยังรักบลีชอยู่นะ อรั๊ง //และยังรักเร็นเบียอยู่ด้วย //อัศจรรย์นี่มันดีจริงๆ //ปิดหน้า
 
ตระกูลคุจิกิเป็นนางเอกค่ะ อิวูล์ฟฟันธง ถถถถถถถถถถถถถถ //ก็ในเมื่ออิจิโกะมันเป็นพระเอกอันดับหนึ่ง เร็นจิเป็นพระเอกอันดับสอง งั้นลูเคียก็เป็นนางเอกอันดับหนึ่ง พระพี่นางเบียคุยะเป็นนางเอกอันดับสอง... *บังไค*
 
ในสายตาเรา พระพี่นางเธอเถื่อนมากเลยนะคะ (ฮา) เถื่อนหลบใน จริงๆ ลึกๆ ก็เลือดร้อนเหมือนกันแหละ ดูตอนเด็กๆ นางสิ ดูตอนที่นางจะไฝว้กับเคมปาจินั่นสิ ที่เห็นนิ่งๆ เย็นๆ สวยๆ นี่แอ๊บหรอก ก๊าก
 
ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมหาเจอแต่เบียเร็น โฮ เร็นเบียนี่หาอ่านยากมากจริงจังค่ะ ฟ้ากลั่นแกล้งมาก แงงงง
 
 
 
ปล. งาน ComicAvenue ปีนี้เราได้ออกบูธด้วยนะ! จะออกโดไทบัน Tiger & Bunny ล่ะ!
 
อวดคัทเอ้าท์ >> จิ้มๆ
 
และถ้าปั่นทัน จะปริ้นท์ฟิค กลางไพร (เพชรพระอุมา) กับฟิคไทย*พม่า (เฮตาเลีย) ไปออกพร้อมกันนะคะ มีใครสนใจบ้างมั้ยน้า 555555
 
//ว่าแต่ยังมีใครเหลืออยู่ในเอ็กซ์ทีนอีกฤๅ... //ตอนนี้เห็นท่าน @silverwhite  เหลืออยู่แค่คนเดียว โฮ ขอบคุณที่ยังติดตามนะก๊ะ TvT
 
 

Comment

Comment:

Tweet

เอ๊กซ์ทีนซาไปมากค่ะหลังจากช่วงเวบไปเยี่ยมยานแม่บ่อยๆ 55555 ย้ายบ้านกันหมด ทางนี้แวะเข้ามาเรื่อยๆ เป็นพักๆค่ะ confused smile
บลีชนี่ไม่เคยดูเลย ตามไม่ไหวเป็นร้อยตอน แต่เห็นน้องไล่ดูอยู่ข้างๆนะคะ เลยได้เห็นพัฒนาการการเปลี่ยนแปลงของอิจิโกะตั้งแต่อีพีแรกๆยันท้ายๆ โอ้ววว น่าประหลาดใจ 5555

#1 By fahmai on 2014-05-28 19:23

The.wolF View my profile