[ori] Prince :: Over and Over #3

posted on 09 Apr 2014 23:23 by wolf-zaa in Fiction, Original directory Fiction
----------
 
 
 
 
Over and Over #3
 
The.wolF
 
Ian Godden x Rixas Eglese ; NC-15
 
>>  Part  01  |  02  |  03 
 
 
Warning!! เรื่องนี้มีส่วนที่เป็น Slash, Yaoi แล้วแต่ศรัทธาจะเรียก ถึงจะคนเขียนเดียวกัน แต่ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับใดๆ กับตัวเรื่องหลักเน้อ แค่สนองนี้ดเราเท่านั้นแหละ (ฮา)
สำหรับเรื่องหลัก หาอ่านได้ที่นี่ค่ะ >>
 
ส่วนฟิคนี้เราก็อปมาจากใน FanPage ของเราเองอีกทีหนึ่ง รวบรวมและเกลาภาษานิดหน่อยให้อ่านกันง่ายๆ เนอะ :)
 
 
 
 
 
 
 

#3


 

ริกซัสทนอยู่ในสภาพนั้นไปได้อีกสามวัน

 

ใบหน้าคมยิ่งโทรมขึ้นทุกวันจากการอดนอน เสียงที่ใช้พูดคุยเวลาทำงานก็ยิ่งฟังกระด้างขึ้น นัยน์เนตรสีฟ้าจางยิ่งดุกร้าวขึ้นเรื่อยๆ จากที่ว่าดุอยู่แล้ว จนไม่มีใครกล้าเอ่ยแย้งอะไรให้ขัดอารมณ์คนพูดอีกเลย

 

เอียนไม่ยุ่งเรื่องนี้ ปล่อยให้เขาจัดการตัวเอง

 

เขาล้ม ริกซัสยอมรับก็ได้ว่ากำลังล้ม แต่เป็นการล้มที่เอียนช่วยอะไรไม่ได้ และมันคงไม่มีวันยื่นมือมาให้เขาจับ

เขารู้ เขารู้

 

เขาต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิม

 

เขาต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิม

 

เขาต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิม

 

แล้วอะไรที่เรียกว่าเหมือนเดิม

 

ตอนนั้น, หัวใจเขาเต้นแบบไหน

 

ตอนนั้น, เขาหายใจยังไง

 

ตอนนั้น, เขาคิดอะไรอยู่

 

เขาไม่รู้เลยว่าเอียนทำได้ยังไง

 

เพราะริกซัสรู้ดีว่าความรักไม่ได้หยุดกันง่ายๆ แล้วเอียนหยุดได้ยังไง มันทำให้สงสัยว่าใครกันแน่ที่เจ็บ

 

แล้วสุดท้าย คนที่บ้าไปเองมีแต่เขาหรือเปล่า

 

ไม่,

 

มันต้องไม่ใช่ความรัก

อย่าให้มันถูกทำลายมากไปกว่านี้ อย่าให้มีใครต้องเจ็บมากไปกว่านี้

 

 

ริกซัสพยายามบอกตัวเองว่าเขาต้องหยุดมันให้ได้

จนกระทั่งวันนั้นที่แคโรไลน์ถามขึ้นมา

 

สั้นๆ

 

"ทรงกลัวอะไรอยู่หรือเพคะ"

 

หล่อนถามอย่างเป็นห่วง ห่วงจริงๆ ไม่ได้เยาะเย้ย แต่ริกซัสไม่ได้ตอบอะไร

เพราะแบบนี้แหละเขาถึงได้เกลียดตัวเองนัก

 

 

ตัวเองที่ขี้ขลาด ตัวเขาเองที่อ่อนแอ

 

"หม่อมฉันเชื่อว่าพระองค์ทรงรู้จักความรักดี... หม่อมฉันเคยเห็นพระองค์ทรงรักใครสักคน พระองค์เองก็ยังไม่ได้ลืมมิใช่หรือเพคะ"

 

ใช่ ก็เพราะเขารู้ดี

เขาถึงรักไม่ได้

 

รักไม่ได้

 

เพราะมันไม่มีวันจบลงด้วยกันได้

 

 

"ทรงทราบดีไม่ใช่หรือเพคะ ว่าถ้าปล่อยมือไปแล้วครั้งหนึ่ง มันจะไม่มีวันหวนกลับมาอีกเลย"

 

 

แล้วไม่ใช่หน้าที่ของเขาหรือที่จะต้องปล่อยมือ

 

ไม่ใช่สิ่งที่เขาทำมาเสมอหรอกหรือ ที่จะเสียเลือด เสียน้ำตา ทำทุกอย่างที่ถูกกำหนดมาตามกฎเกณฑ์ ว่าเชื้อพระวงศ์จะร้องไห้ไม่ได้ อ่อนแอไม่ได้ มีเพื่อนไม่ได้ และล้มลงไม่ได้

แล้วความรัก,

 

เชื้อพระวงศ์จะรักได้หรือเปล่า...

 

ริกซัสสบตากับเจ้าหล่อนชั่ววูบ แคโรไลน์ทำได้เพียงยิ้ม ถอนสายบัวแล้วจากไป

 

 

แต่แคโรไลน์ไม่ได้ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น

 

 

"ทรงคิดให้ดีนะเพคะ ว่าพระองค์ทรงต้องการอะไรจากความรัก" เป็นคำสุดท้ายกลั้วเสียงหัวเราะ "หม่อมฉันไม่อยากเห็นพระองค์ต้องพบเจอในสิ่งที่หม่อมฉันเคยผ่านมา"

 

 

เขาต้องการอะไร

 

ริกซัสไม่รู้ แต่หล่อนไปแล้ว

 

เขาต้องการอะไร?

 

ใครสักคนที่เขาปกป้องได้

 

ใครสักคนที่เขาจะไม่มีวันอ่อนแอให้เห็น

 

ความรักแต่ในนาม

 

ตามแบบฉบับของเชื้อพระวงศ์ ตามแบบที่ควรจะเป็น

 

ควรจะเป็น...?

 

ริกซัสชะงัก หัวเราะแล้วซบหน้าลงกับฝ่ามืออย่างแรง สบถ

 

"ไอ้โง่เอ๊ย..."

 

เขาลืมไปได้ยังไง


กฎระเบียบพวกนั้น เขาไม่สนมาตั้งแต่เริ่มย้อมผมแล้ว

 

ท่าทีแบบอัศวินนั่น เขาก็ไม่คิดจะปฏิบัติตามตั้งแต่ย้ายมาที่เมืองเหนือนี่

 

เขาไม่ได้ต้องการใครสักคนที่เขาปกป้องได้

 

เขาไม่ได้ต้องการใครสักคนที่เขาจะไม่มีวันอ่อนแอให้เห็น

 

 

แล้วเขาต้องการอะไร

 

เขาต้องการอะไร

 

เขาต้องการอะไร...

 

 

ริกซัสหลับตาลง หัวใจเต้นด้วยความเร็วที่คงที่ขึ้น

 

ถึงเขาอาจจะยังไม่รู้ว่าความรู้สึกนั่นคืออะไร

 

เขาอาจจะยังระบุมันไม่ได้

 

แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร

 

ในเมื่อเขาโยนความถูกต้องทุกอย่างทิ้งไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่เริ่มหลงรักพี่สะใภ้ของตัวเอง

 

แล้วคนอย่างเขายังจะมีหน้ามาฝืนความรู้สึกให้เป็นไปตามกรอบอีกได้ยังไงกัน

 

 

ไอ้โง่เอ๊ย...

 

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

 

 
 
 
ภาคเหนือของธาลัสซาไม่เหมือนภูมิภาคอื่นๆ ของอาณาจักร ตรงที่ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหน อากาศยามค่ำคืนจะหนาวเหน็บเสมอ

ห้าวัน หลังจากที่เอียนกลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

"ยังไม่หยุดทำงานอีกเรอะ ไปนอนได้แล้วไป๊"

 

เสียงขององครักษ์คนสนิทเปรยขึ้นมาพร้อมเสียงเปิดประตู ริกซัสเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ มองอีกฝ่ายปิดประตูลง เดินเข้ามาแล้วก้มลงหลบ

 

เอียนหยิบเอกสารบนโต๊ะเขาขึ้นไปดู "ไอ้นี่ไม่ใช่งานรีบนี่หว่า พักซะบ้างเหอะเจ้าชาย ไม่สบายขึ้นมาจะสมน้ำหน้าให้"

ไม่มีคำตอบ องครักษ์หนุ่มกลอกตาแล้วยักไหล่ หมุนตัวกลับ โบกมือเป็นเชิงลาสำหรับวันนี้

 

"เอียน"

 

คำเอ่ยเรียก เรียกแบบที่ไม่ได้เรียกมานานแล้ว ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดของคนที่อยู่สูงกว่า ของผู้บังคับบัญชา และมากพอจะทำให้เจ้าของชื่อชะงัก ถามกลับอย่างค่อนข้างระแวง

 

"...อะไร"

 

"หนึ่งเดือนที่ผ่านมา" คำถามแหบแห้ง "...จริงจังแค่ไหน"

 

เอียนหยุดยืนนิ่ง

ไม่มีคำตอบ

 

เสียงหัวใจเต้นรัว ทิ้งตัวหนักหน่วง

หน่วงลงมาพร้อมกับเสียงฝีเท้าของเจ้าชายหนุ่มที่มาหยุดยืนอยู่ด้านหลัง

 

เอียนไม่ตอบ เขาไม่มีอะไรจะตอบ

 

คนเป็นองครักษ์ไม่ได้หันกลับไปมอง ไม่รู้ว่าริกซัสหลับตาลง และไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังถามอะไรกับหัวใจตัวเองบ้าง

 

คำถาม แบบที่แคโรไลน์เคยถาม

 

ว่าต้องการอะไร

ต้องการอะไรกันแน่

 

 

"...จูบ"

 

 

เอียนชะงัก หันกลับมาเหมือนฟังอะไรผิด

 

ริกซัสไม่หลบตา

 

 

"ข้าสั่งให้จูบข้า" เอ่ยย้ำ "เดี๋ยวนี้"

 

แววตาสีเปลือกไม้ที่สบกลับมา ไม่ได้กลับไปร้าวราน

 

แต่ว่างเปล่า

ว่างเปล่าจนแม้แต่คนสั่งยังเผลอหวั่น

 

แล้วเอียนก็ก้าวเข้ามา รั้งเอวเขาไว้ก่อนจะก้มลงกระซิบ

 

 

"ถ้านั่นแค่จะล้อเล่น ไม่ตลกเลยว่ะเจ้าชาย"

 

 

แต่ผืนฟ้ายังคงไม่เสหลบ ไม่แม้แต่จะขัดขืน

มือกร้านคว้าคอเสื้อคนยศต่ำกว่าไว้ ดึงให้ใกล้เข้ามา

 

"แกน่าจะได้ยินที่ข้าสั่งแล้ว" ริกซัสตอบเสียงต่ำ "ไม่ชัดเจนหรือยังไง"

 

"ท่านคิดว่าข้าจะหยุดได้?"

 

"เมื่อกี้ข้าสั่งว่าอะไร"

 

 

ผืนดินที่ว่างเปล่ามาจนถึงเมื่อครู่, ไหวไป

 

กลับมาไหวเหมือนเมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมา, ที่ยังไม่ได้ตอบว่าจริงจังแค่ไหน

 

 

แค่ไหน แค่ไหน

 

ก็แค่เท่าที่ทั้งชีวิตจะมอบให้ได้,

 

ให้กับผืนฟ้า...

 

 

เอียนสบถอะไรออกมาคำหนึ่ง, นึกเกลียดนายเหนือหัวนักที่รู้ดีว่าจะต้องทำยังไงเขาถึงจะพ่ายแพ้ราบคาบ

เพราะเขารู้ตัว

 

ถ้าเขาสติไม่ขาด

 

ถ้าเขายังทนฝืนต่อไปได้

 

เขาก็ไม่ใช่มนุษย์แล้ว...

 

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

 

 

มีอยู่คำหนึ่งที่เอียนคงต้องท่องไว้ให้ขึ้นใจ ว่าเจ้าชายเป็นคนใจดี ใจดี และใจดีเกินไป


ชายหนุ่มรู้ตัว เขาหยุดไม่ได้ ไม่มีทางหยุดได้ ริมฝีปากนั่น เหล็กที่เจาะนั่น ความร้อนแบบนั้น หวนกลับคืนมาเหมือนคืนแรกที่ทุกอย่างเริ่มต้น กลับมาให้เขาคลั่ง ให้เขาหลงใหล ให้เขาได้ลิ้มรสความรักอีกครั้งหนึ่งทั้งๆ ที่ไม่น่าเป็นไปได้

 

 

เอียนรู้ดี ว่าสิ่งที่ทำงานอยู่ตอนนี้คือร่างกาย

เพราะสมอง,

หัวใจ,

ทุกอย่าง,

 

ถูกหลอมละลายไปกับสติที่ขาดหายแล้ว

 

เขาอาจจะฝันที่คิดว่าอีกฝ่ายตอบรับ

 

อาจจะแค่ฝัน ที่รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายไม่ขัดขืน

 

หลอกล่อ

 

เชื้อเชิญ

 

แล้วเขาก็โง่, โง่ที่หยุดตัวเองไม่ได้

 

โง่ที่หลงรัก

 

และคนที่รักก็คงโง่กันทุกคน

 

ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นแค่กับดัก แต่เขาก็โง่เดินไปติดกับเอง

 

 

เอียนผลักคนในอ้อมแขนไปติดบานประตู กักเอาไว้ไม่ให้หลบหนี

 

 

เพราะว่าเขาหยุดไม่ได้

 

ริมฝีปาก,

 

ใบหู,

 

ลำคอ,

 

ต่ำลงไป,

 

ลงไปอีก...

 

"เฮ้ย---"

 

เสียงโวยวายขึ้นมาเมื่อเขาเผลอลากมือขึ้นไปตามแผ่นหลัง แนบกับผิวกาย

 

ผืนฟ้าเหมือนเพิ่งรู้สึกตัวว่ามันเกินเลยและเริ่มขัดขืน

 

แต่มีหรือที่ผืนดินจะหยุดได้

 

 

"เดี๋ยว--- หยุดก่อน---"

 

แล้วจะหยุดได้ยังไง

 

แล้วจะหยุดได้ยังไง

 

แล้วจะหยุดได้ยังไง

 

คนถูกถามคลั่งไปแล้ว คลั่งอย่างสมบูรณ์จนไม่ได้ยินแม้แต่คำบอกห้าม

 

กลิ่นเครื่องหอมยังคงอบอวล

 

 

และกลิ่นของราคะ,

 

เริ่มล่องลอย...

 

 

มากพอจะทำให้ผืนฟ้านั่นผละตัวออกจนสุดแรง

แล้วตะคอกลั่น

 

 

"ก็อดเด็น! ข้าสั่งให้หยุด!!"

 

 

...

 

หยุดจริงๆ หยุดได้แม้กระทั่งสัตว์ป่า

 

สติหวนกลับมา เอียนหอบหายใจหนัก รู้สึกได้ว่ามือของเขาเองกำลังจิกแน่นลงไปกับผิวเนื้อของอีกฝ่ายรุนแรงแค่ไหน แรงพอที่จะทิ้งร่องรอยเอาไว้ ฝากเป็นรอยช้ำให้มองเห็นได้ด้วยตา

 

เขากวาดมองไป เห็นตราบาปบนทุกที่ที่เขาคลั่ง

 

ริมฝีปาก,

 

ใบหู,

 

ลำคอ,

 

 

และดวงตา...

 

 

ตาสีฟ้าจาง,

 

ไม่ใช่หวาดกลัวแน่ แต่เอียนบอกไม่ได้ว่ามันแปลว่าอะไร

 

ระหว่างความหวั่น

ตกใจ

รังเกียจ

หรือขยะแขยง

 

เขารู้สึกได้ว่าหัวใจของตัวเองกำลังบีบเข้าช้าๆ

เสียงลิ้นหัวใจเปิดปิดดังลั่นกระบอกหู

 

ตะโกนก้อง

 

 

 

ใจร้าย...

 

 

"หายบ้ารึยัง ข้าอนุญาตให้แค่จูบโว้ย ไอ้บ้านี่!"

 

ริกซัสตะคอกกลับมา แต่เอียนไม่ได้ยิน

 

เขาทำได้เพียงถาม

 

 

ในเมื่อทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าเขาหยุดแค่นั้นไม่ได้

 

 

ทั้งๆ ที่ท่านเองก็ควรจะรู้

 

ว่าข้ารัก,

 

รักท่าน,

 

จนบ้าคลั่งแค่ไหน

 

 

ทั้งๆ ที่ท่านเองก็ควรจะรู้

 

ว่าข้าพยายามฝืน

 

พยายามทน

 

พยายามมามากแค่ไหน

 

 

เพื่อที่จะไม่ไปแปดเปื้อน...

 

 

"ทำไม..."

 

 

แล้วทั้งๆ อย่างนั้น

 

ท่านก็ยังเข้ามา

 

ทั้งๆ ที่ไม่มีใจ...

 

 

เอียนสบตาเข้า

 

ปล่อยมือออก ถอยออกห่าง

 

แล้วถาม

 

 

"ท่านทำแบบนี้ทำไม..."

 

 

ผืนดิน, แตกร้าว


หัวใจ, แหลกสลาย

 

ทำไม

 

ทำไม

 

ทำไม

 

 

 

"ท่านต้องการอะไรจากข้ากันแน่ เจ้าชาย..."

 

 

 

เขาทำได้เพียงถาม

 

 

ว่าทำไม,

 

 

ถึงต้องใจร้ายกับเขาขนาดนี้

 

 

เจ้าชาย...


 

 

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

 

"ท่านต้องการอะไรจากข้ากันแน่ เจ้าชาย..."

 

คำถามคล้ายๆ กับที่ใครสักคนเคยเตือนสติ แต่ครั้งนี้เจ้าชายหนุ่มรู้ว่ามันต่างกันออกไป

 

ริกซัสก้มหน้าลงหนี ไม่สบตา

 

เอียนถอยออกไปอีกก้าว และนั่นทำให้เขาเผลอชะงัก ก่อนจะคว้ามือออกไปรวบอีกฝ่ายเข้ามากอดก่อนจะทันรู้ตัว

 

 

เอียนยืนนิ่งเหมือนแปลกใจ

 

ริกซัสหลับตา, ไม่ได้แปลกใจกับการกระทำของตัวเอง

 

 

เขาต้องการอะไรงั้นหรือ

 

เขาต้องการแค่...

 

 

 

"เวลา..."

 

 

เจ้าชายหนุ่มกระซิบตอบ รั้งกอดแน่นเข้ามาอีก

 

"ข้าขอเวลา... อีกนิด..."

 

เอียนหยุดเงียบไป เขาเคยขอเวลา ก่อนที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

"อยู่ตรงนี้ อยู่ใกล้ๆ ไม่ต้องไปไหน อย่าเพิ่งไปไหน..."

 

เจ้าชายกำลังขอในสิ่งเดียวกัน

 

 

เพื่ออะไร

 

เพื่อที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม, เหมือนอย่างที่เขาพยายาม

 

หรือเปล่า...

 

 

เขาไม่รู้เลย

 

เจ้าชายต้องการอะไร และกำลังจะทำอะไร

 

 

รู้แค่ว่านั่นคือผืนฟ้า... ฟ้าที่เขาแตะต้องไม่ได้ ฟ้าที่ใจดีเกินไป...

ริกซัสกอดเขานิ่ง ซบหน้าลงกับบ่า

 

สะท้อนไปถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ และลมหายใจที่ค่อยๆ สงบลง

 

เอียนหลับตา

 

 

 

ไม่เป็นไร

 

ไม่เป็นไร

 

ไม่เป็นไร...

 

 

หัวใจ, แหลกสลาย

 

ร้าวราน,

 

อย่างไม่มีวันหวนกลับคืน

 

 

แต่ไม่เป็นไร...

 

 

 

 

เอียนไม่มีคำถาม เขาทำได้แค่บอกกับตัวเองว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้าย

 

ก่อนจะเอื้อมขึ้นไปกอดตอบบ้าง

 

กอดเอาไว้, กอดผืนฟ้านั่น

 

 

บ่าข้างนั้น, เข้มแข็ง

 

แผ่นหลังที่เหยียดตรงนั่น, เขาศรัทธา

 

และความใจดีนั่น, เขาหลงรัก

 

เอียนก้มหน้าลง แนบกับบ่าที่แบกรับทุกสิ่งทุกอย่างไว้

 

 

น้ำหยดหนึ่ง, ร่วงหล่น

 

หยดเดียวเท่านั้น

 

เท่าที่จะกลั่นออกมาได้

 

 

ไม่เป็นไร

 

ครั้งสุดท้าย ให้มันเป็นครั้งสุดท้าย

 

 

ช่างเถอะ, ไม่เป็นไร

 

ไม่เป็นไร

 

 

ท่านจะหายเจ็บแล้วใช่ไหม

 

กำลังจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม, ใช่หรือเปล่า

 

 

ไม่เป็นไร,

 

กว่าจะถึงตอนนั้น หัวใจเขาคงตายไปแล้ว

 

และถ้าจะตายลงไปในวินาทีนี้,

 

 

 

ก็ให้มันตายไปในอ้อมแขนของผืนฟ้า.

 

 

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

 

 

สิ่งที่ริกซัสขอคือเวลา

 

ไม่ใช่จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม, แต่เขาต้องการเวลาในการพิสูจน์อะไรหลายๆ อย่างในหัวใจ

เพราะจูบนั่นชัดมากเกินพอแล้ว, ว่าจุดความร้อนขึ้นมาได้มากเพียงใด

มากพอแล้ว, ว่าไม่ได้รังเกียจ

 

ไม่เลย

 

เขาซบนิ่งอยู่กับบ่า ปล่อยให้ไออุ่นค่อยๆ ส่งผ่านมาช้าๆ

ชั่ววินาทีหนึ่งที่เผลอคิดว่าเอียนจะผลักเขาออก แต่ก็เปล่า เอียนเพียงแค่เงียบอยู่เช่นนั้นแล้วกอดตอบกลับมา

 

ริกซัสมองไม่เห็น รู้สึกได้แต่แขนข้างนั้นที่กระชับเข้า

 

 

แล้วถามตัวเองว่า

 

นี่ใช่ไหมที่เขาต้องการ

 

 

มือข้างหนึ่งบีบแน่นอยู่ที่ไหล่ ใช่ข้างนั่นไหมที่ให้สัตย์สาบาน

 

คือข้างนั้นใช่หรือเปล่า, ที่ดึงเขาขึ้นมาทุกครั้งที่ล้มลง

 

ถ้าอีแวนเจลีนทำให้เขาเสียการควบคุม

 

คนตรงหน้าก็ทำให้เขาเป็นตัวของตัวเองที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา...

 

 

 

เอียนเคยบอกว่าศรัทธา

 

ไม่ใช่ต่อหน้า แต่ว่ารับรู้

 

 

ถึงไม่อยากจะยอมรับ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขายังต้องพึ่งเอียนอีกมาก

 

ยังต้องการไหล่ข้างนี้ ยังต้องการตัวตนนี่

แล้วคนที่กอดเขาอยู่ตอนนี้

 

ซบกลับมาเหมือนจะหาที่พึ่งพิง

 

 

ก็คือคนเดียวกับที่เขาพึ่งพาหรือเปล่า...

 

 

เขาต้องการอะไร

 

 

ใครสักคนที่เขาสามารถปกป้องได้

 

ใครสักคนที่ช่วยชีวิตเขา

 

 

ใครสักคนที่เขาจะไม่มีวันอ่อนแอให้เห็น

 

ใครสักคนที่ทำให้เขาอ่อนแอเหมือนเด็กเล็กๆ คนหนึ่ง

 

 

แล้วทำไมถึงต้องเป็นฝ่ายให้

 

แล้วทำไมถึงต้องคอยรับอยู่ฝ่ายเดียว...

 

 

นั่นสิ

 

แล้วทำไม

 

 

เขาถึงไม่รู้จักรับเสียบ้าง

 

 

 

หัวใจกรีดร้องออกมา, เป็นคำว่าอะไร

 

เขาพยายามควบคุมลมหายใจ เอียนยังกอดไว้ไม่ปล่อย และมันยังคงอุ่นขึ้นมาท่ามกลางอากาศเย็นเฉียบของกลางค่ำคืน

 

เสียงกรีดร้องนั่นเริ่มสงบลง

 

 

แล้วกระซิบ

 

 

 

ไม่ใช่เพราะจังหวะเวลาที่พอดีเกินไป

 

และไม่ใช่ความบ้าของเขาเพียงคนเดียว

 

แต่เป็นตัวตนนั่น,

 

ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่รวมกันเป็นมัน,

 

 

รัก,

 

รัก,

 

รัก,

 

 

และคงจะรัก,

 

มากที่สุดเท่าที่เคยรักมา

 

 

"ขอบคุณว่ะ..."

 

 

ขอบคุณ

 

ที่ไม่ยอมปล่อยเขาไป

 

เหมือนอย่างที่ต้องเคยเจอมาชั่วชีวิต

 

นั่นน่าจะเป็นครั้งแรกที่เขาขอบคุณ

 

 

ที่อีกฝ่ายสาบาน

 

ศรัทธา

 

และเชื่อเขา

 

มากกว่าที่เขาจะเชื่อตัวเองได้เสียด้วยซ้ำไป...

 

 

 

 

xxxxxxxxx

 

 

 

เอียนไม่รู้ว่าเจ้าชายขอบคุณอะไร แต่ในเสียงนั่นไม่มีรอยร้าวอีกแล้ว

 

เขาควรจะเจ็บไหม

 

 

บางทีก็สงสัย ว่าเขา "หลง" เกินไปหรือเปล่า

 

แต่คนอย่างเขาไม่เคยหยุดรักได้มานานแล้ว, นานมาก

 

เหตุผลหนึ่งที่เขาไม่อยากรัก เพราะเขารู้ตัวว่าเมื่อไรที่ได้รัก เขาจะต้องพ่ายแพ้

 

เขาโง่เกินไปสำหรับเรื่องแบบนี้

 

 

 

เขาเป็นทาสความรัก

 

 

เขาไม่ได้ต้องการอยู่ด้วยกันตลอดเวลา หรือผูกติดกันจนขยับไม่ได้

 

เขาไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่ารับรู้ว่ารัก

 

ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องเปลี่ยนแปลง

 

 

แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น มันต้องให้คำว่า "รัก" เริ่มต้นขึ้นก่อน

 

ในเมื่อมันยังไม่ได้เริ่ม เขาก็คงจะยังพ่ายแพ้ต่อไป

 

 

พยายามจะหยุด แต่ว่าหยุดไม่ได้

 

พยายามจะเป็นเหมือนเดิม แต่เจ้าชายกลับไม่ยอมให้เป็น

 

มีเงื่อนไขอะไรบ้างที่จะทำให้คนคนหนึ่งหยุดรักได้

 

อย่างน้อยๆ,

 

 

ก็ไม่ใช่ขอกอดแบบนี้...

 

 

มีแค่ความเงียบที่ทิ้งผ่านมา

 

ไม่ว่ามันจะอบอุ่นหรือไม่, แต่ก็เป็นไออุ่นที่ไกลเกินกว่าจะเป็นจริง

 

เพราะใครอีกคนเริ่มตั้งท่าจะผละออก

 

 

น้ำหยดที่สองถูกกักเอาไว้เงียบๆ ไม่ปล่อยให้ไหลออกมา

 

เขาไม่เคยปล่อยให้มันไหล

 

 

เอียนไม่ยอมปล่อยมือ ยิ่งกอดแน่นเข้าอีก

 

ระยะห่างที่เว้นมาตลอดหนึ่งเดือน, สุดท้ายก็ไร้ค่า

 

ความพยายามที่จะให้มันเป็นเหมือนเดิม

 

ที่จะฝืน

 

ที่พยายามจะเป็นคนดีบ้าง ให้มันดีขึ้นมาอีกนิด

 

ที่พยายามจะไม่ทำลายความรัก

 

 

ไม่ประสบความสำเร็จ...

 

 

เขาน่าจะรู้ตัว

 

ว่าไม่เหมาะกับบทแบบนี้เลย

 

 

"เอียน" อีกฝ่ายคงเริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติ "แกปล่อย---"

 

"ข้าขอบ้างได้มั้ย" เขาเอ่ยขัดกลางคัน "ขอเวลาข้ากอดท่านแบบนี้อีกนิด..."

 

เหมือนมีอะไรบางอย่างกรีดลง

 

ริกซัสใจหายวูบ ผละออกมามองหน้าของคนกอดให้ชัดๆ

 

 

และหัวใจแทบหยุดเต้น

 

 

 

น้ำเสียง, แววตา, ร่องรอย,

 

ทุกสิ่งทุกอย่าง

 

ถูกบาดร้าวไปหมดแล้ว

 

 

 

และกำลังกรีดกลับไปยังผืนฟ้า

 

 

 

เจ็บยิ่งกว่าบอกว่าไม่รัก


ทรมานยิ่งกว่าไม่มีวันได้พบกันตลอดไป

 

นัยน์เนตรสีฟ้าเบิกกว้างขึ้น เพิ่งรู้ตัว

 

เพิ่งรู้จริงๆ

 

ว่าครั้งหนึ่งที่พยายามหลบเลี่ยงความรัก

 

 

 

เขาจะใจร้ายได้ถึงขนาดนี้...

 

 

 

"ขอ--- ขอโทษ---"

 

"ไม่เป็นไร" เอียนถอนหายใจยาว "ช่างเหอะ ข้าก็คิดอยู่แล้วว่าข้าไม่เหมาะกับอะไรแบบนี้"

 

 

ไม่ใช่อย่างนั้น

 

ไม่ใช่ขอโทษแบบนั้น...

 

 

เอียนปล่อยมือ ก้มลงคำนับ

 

สัญญาณของการจากลาทุกครั้ง นับตั้งแต่รู้จักกันมา

 

 

ริกซัสใจหายวูบ

 

 

 

 

โครม!

 

"ไอ้นี่อย่าคิดไปเองโว้ย ไม่ได้บอกขอโทษแบบนั้น!!"

 

 

...

 

เอียนจุก อ้าปากค้าง

 

"เดี๋ยวนะ! มันใช่สถานการณ์ที่จะมาต่อยกันเหรอวะ ไอ้เด็กห่าราก!"

 

"ก็ถ้าไม่ต่อยเดี๋ยวแกก็เข้าใจผิดสิวะ!"

 

"เข้าใจผิดอะไร!"

 

 

 

 

"ข้ารักแกโว้ย!!"

 

 

 

 

...

ดวงตาสีผืนดินขวางไป เอ่ยเสียงเข้ม

 

"ข้าไม่ตลก"

 

"ไม่ได้บอกว่าตลก"

 

เอียนยิ่งมองหน้าเขา ริกซัสรู้ดีว่าสายตานั่นแปลว่าไม่เชื่อ... ไม่เชื่อจากใจ และกำลังเจ็บร้าวไม่แพ้กัน

 

เขารู้ว่าเขาผิดและใจร้ายมากเกินไป

 

 

เขารู้...

 

 

ดวงตาสบเข้า เนิ่นนานและมองลึกเข้ามาคล้ายจะพยายามอ่านให้ออกเป็นตัวอักษร กดบรรยากาศให้หนักหน่วงลงจนริกซัสต้องเสหลบ แยกเขี้ยววับ

 

แล้วเดินเข้าไปคว้ามากอดอีกรอบ เอ่ยเสียงอ่อนลง

 

 

"ขอโทษ..."

 

"..."

 

"ข้าจะไม่พูดซ้ำแล้ว แล้ว... แล้วก็หยุดเข้าใจผิดได้แล้วนะเว้ย"

 

"..."

 

"..."

 

"..."

 

"โอ๊ย ไอ้บัดซบ! นี่มีข้าบ้าไปคนเดียวรึไง ตอบสิโว้--- อุ๊บ!"

 

 

เสียงทั้งหมดถูกกลืนกลับลงไปในลำคอ รุนแรง ถือสิทธิ์ และพร้อมจะกลืนกินให้หายไปจากโลกใบนี้

 

ริกซัสหลับตา ยอมแพ้

 

 

 

เอียนกดจูบหนักเข้า

 

ไม่แน่ใจว่าตอนนี้หลงตัวเองมากไปรึเปล่า

แล้วก็กำลังเข้าใจผิดอยู่หรือไม่

 

แต่ไม่ต้องถามหรอก

 

ไม่เป็นไร

 

 

เอียนคิดว่าไม่ต้องถามเป็นคำพูดก็ได้

 

เพราะอย่างน้อยๆ ตอนนี้เขาก็สติหลุดไปอีกรอบจริงๆ แล้ว

 

 

 

 

"เป็นวิธีบอกรักที่ระยำที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย" เขากระซิบชิดกับริมฝีปากคู่นั้น "ไอ้เด็กบ้า..."

 

 

 

ริกซัสไม่ตอบ อย่างน้อยๆ ก็ไม่ได้ตอบด้วยคำพูด

 

แต่เชื่อว่าน่าจะเข้าใจ

 

เข้าใจ

 

 

 

ด้วยวิธีเดียวกับที่อีกฝ่ายถามมานั่นแหละ...

 

 

 

 

 

 
END.
 
 
 
 
 
-------------------------------------------EXTRA
Thomas Doe x Caroline Taylor
 
 
 
 
 

"ท่านไม่อยากให้เจ้าชายต้องเจอกับอะไรหรือครับ"

 

เสียงทุ้มนุ่มดังแว่วมาทั้งที่หล่อนยังปิดประตูห้องไม่สนิทเสียด้วยซ้ำ แคโรไลน์เหลียวกลับไปมองอย่างเริ่มคุ้นชิน เอียงศีรษะนิดหนึ่งแล้วหัวเราะ

 

"มารยาทแย่เหมือนเคยเลยนะ โทมัส"

 

"ก็อดไม่ได้นี่ครับ" คนเลี้ยงม้าหัวเราะเบา "ข้าเองก็ไม่คิดว่าท่านจะเป็นห่วงเจ้าชายได้ขนาดนี้"

 

พวกเขาสบเข้า หล่อนเห็นโทมัสมองลึกเข้ามาในดวงตา

ก่อนจะพ่นลมหายใจยาว

 

"สงสัยอะไร" หล่อนถาม รู้ดีว่าปล่อยเงียบไว้ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น แล้วสักวันโทมัสก็จะต้องล้วงเอาไปจากหล่อนจนได้

 

"ที่ท่านบอกว่าให้เจ้าชายคิดให้ดี" เขาตอบกลับ ลดเสียงลง "ท่านเคยหวังอะไรจากความรักหรือครับ"

แคโรไลน์หัวเราะ โทมัสเข้าใจถามเสมอ

นั่นสินะ หล่อนเคยหวังอะไร

 

 

หล่อนเคยต้องการความรักที่เป็นไปไม่ได้

 

 

หวังจะให้ความรักนั้นปกป้องหล่อน

 

หวังจะให้ความรักนั้นงดงามตลอดไป

 

เลยพยายาม

 

ไขว่คว้า

และล้มลง

 

ป้าของหล่อนรู้ว่าหล่อนเผลอคาดหวัง เพราะหล่อนเคยขาดความรักมาก่อน ขาดจากพ่อ ขาดจากแม่ นางจึงจับจุดหล่อนเอาไว้ได้ตั้งแต่ยังเด็ก แสร้งทำเหมือนว่ารักแล้วผลักให้หล่อนลงไปอยู่ในกระดาน ยั่วยุด้วยสิ่งที่หล่อนขาดหายไปในชีวิต จนเผลอกระเสือกกระสนไปตามเกมของราชสำนัก

หล่อนในตอนนั้นไม่เคยรู้ ว่าหล่อนไม่ใช่หมากโคนที่จะได้คู่กับราชันย์

 

แต่เป็นได้เพียงเบี้ยธรรมดาตัวหนึ่ง สำหรับคนเล่นเกมที่จะกอบโกยผลประโยชน์จากร่างกายหล่อน

 

แคโรไลน์ไม่ตอบ สบตากลับเข้าแล้ววาดยิ้มให้นิดหนึ่ง

ไม่แฝงเล่ห์มารยา และมากพอจะทำให้โทมัสกลืนน้ำลายไม่ลงคอ

 

"ท่านหญิง..."

 

 

"ถ้าเจ้าตอบไม่ได้" หญิงสาวโคลงศีรษะ "จะถือว่ามีคุณสมบัติพอให้จีบข้าต่อได้หรือเปล่านะ"

 

อดีตท่านหญิงหมุนตัวเดินจากไป แว่วเสียงโทมัสครางในลำคออย่างขัดใจในความพ่ายแพ้มาจากด้านหลัง

และมากพอเช่นกันที่จะทำให้หญิงสาวเผลอยิ้ม

 

หล่อนเคยหวังจะให้ความรักนั้นปกป้องหล่อน

 

เคยหวังจะให้ความรักนั้นงดงามตลอดไป

 

มันก็เป็นได้เพียงความหวัง

 

ที่ไม่ตรงต่อความต้องการ

 

 

"โง่จริง..."

 

ผู้ชายคนนั้นน่ะเจ้าเล่ห์

 

แกล้งทำเป็นแพ้ แกล้งทำเหมือนกับว่าเขาไม่รู้อย่างนั้นแหละ

 

 

ว่าแท้จริงแล้วหล่อนแค่ต้องการใครสักคน

 

ที่รักตัวตนจริงๆ ของหล่อนบ้างก็เท่านั้นเอง...

"บ้าจริงๆ เลยนะ"

ทั้งเขา

และตัวหล่อนด้วยเช่นกัน...

 
 
 
 
 
 
xxxxxxxxxx
 
 
 
 
 
 
จบจริงๆ แล้ว♥♥♥♥
 

กลับไปย้อนอ่านเองแล้วเพิ่งรู้ตัวว่าเขียนอะไรดราม่าน้ำเน่าบ้าบอมาได้ยาวมาก 55555555 (จริงๆ จะดราม่าต่ออีก แต่คนเขียนทนไม่
ไหวเอง ไม่มีฟีลเขียนต่อ หักดริฟต์เลยละกันค่ะ ก๊าก ปาหมอนมาก)

ช่วงแรกๆ ที่เขียน ช่วงนั้นเขียนออกแต่ดราม่าค่ะ ออกมาเองไม่รู้ตัวเลย แต่จริงๆ จะไม่ดราม่าก็คงไม่ได้ เราไม่คิดว่าเอียนกับเจ้าชายจะรักกันได้ง่ายๆ แค่ขึ้นว่าเป็นผู้ชายแท้สองคนตั้งแต่แรก มันก็เป็นไปไม่ได้แล้วค่ะ แถมด้วยพื้นนิสัยแบบนี้ทั้งคู่ ไม่มีทางรักกันง่ายๆ แน่ๆ ในเมื่อเจ้าชายอยู่ในฐานะที่ "รู้ตัวช้าไป" ในขณะที่เอียนเป็นประเภท "รู้ดีเกินไป" เห็นและเดาอะไรๆ ได้ชัดเกินไป มันเลยจบกันไม่ลงสักที เพราะเจ้าชายจะไม่มี cue ไม่มีตัวชี้แนะอะไรบ่งบอกให้คิดเข้าข้างตัวเองได้เลยค่ะ มันเป็นความใจดีแบบที่มีให้ทุกคนจริงๆ ไม่ได้เฉพาะเจาะจง เอียนที่ดันรู้ดีเกินไปก็เลยดราม่าแบบนี้ล่ะนะ (ฮา)
 
ไม่รู้สิ แต่เราชอบความรักแบบนี้นะ รักที่เรารู้สึกว่าเขารักกันจริงๆ แค่ไม่ใช่แค่หลงใหลชั่วคราว เอียนน่ะรัก รักจากศรัทธาเลย เขามีเหตุผลพร้อมที่จะรักเจ้าชายครบอยู่แล้ว และคนเซ้นส์ไวอย่างหมอนี่รู้สึกตัวอยู่แล้วล่ะว่ารัก แต่คนหัวช้าแบบเจ้าชาย จู่ๆ จะรักปุบปับไม่ได้หรอกค่ะ เขาไม่ถนัดอะไรแบบนี้ เขาจะคิด คิด คิด คิดซ้ำแล้วซ้ำอีกเหมือนจะเป็นบ้า แต่สุดท้ายก็ตอบอะไรไม่ได้เลย
 
แค่จูบทีเดียว พิสูจน์ไม่ได้เต็มร้อยหรอกว่ารัก มันไม่ได้บอกทุกอย่าง เพราะเราจัดจูบเป็น lust มันอาจเป็นความบังเอิญที่พอดี แค่ไม่รังเกียจ ยิ่งคนที่ฟรีกับเรื่องแบบนี้อย่างเอียนกับเจ้าชาย มันยิ่งเป็นเรื่องธรรมดา
 
ถ้าเจ้าชายไม่ขอกอด เรื่องนี้จะไม่จบค่ะ
 
 
เพราะเราจัดการ "กอด" ให้เป็น love
 
 
เราจะกอดใครก็ได้ แต่จะมีสักกี่คนที่เรารู้สึกว่า "ใช่" กับอ้อมกอดแบบนี้ และบ่านี้แหละที่เราจะพึ่งพิงได้ แล้วเราก็พร้อมจะให้เขาพึ่งพิงด้วย
 
เราเขียนตอนจบด้วยธีมประมาณนี้แหละค่ะ *หัวเราะ* ขอบคุณที่ตามอ่านกันนะคะ!

Comment

Comment:

Tweet

......ขอคารวะท่านผู้เขียนพันจอก......
เราชอบดราม่าสไตล์นี้มากๆ เลยค่ะ  ชอบที่สุดคือวิธีเล่าเรื่อง  สำนวนการเล่าเรื่องการเขียนของท่านนี่มันดูเรียลมาก  เวลาอ่านความคิดของแต่ละคนที่ท่านเขียนนี่..เราชอบมาก  เหมือนเราเป็นคนๆ นั้น  ท่านทำให้เราอินมาก  คำแต่ละคำมันชัดมันสั้นสมกับเป็น"ความคิด" มีย้ำไปย้ำมา  ให้รู้สึกว่า เออ..นี่แหละความคิดคนจริงๆ  ชอบมากกก  อ่านดราม่าเอียนนี่เจ็บไปด้วย  เจ็บหน่วงมาก  สงสารเอียน  แต่ก็สงสารริกซัส  สองคนนี้มันต้องประมาณนี้แหละ  เอียนนี่เก่งมาก  เก่งจริงๆ  คนๆ นี้เหี้ยมกับตัวเองมากๆๆ อย่างหายาก  เจ็บให้ตายแต่ไม่ปริปากเพียงคำ  อ่านแล้วเจ็บมากตรงส่วนของเอียน  ต้องฝืนแค่ไหนจึงจะได้แบบนั้น  ส่วนเจ้าชายนี่เราสงสารมาก  สับสนมากแน่ๆ  สาเหตุหลักส่วนนึงคือเพราะตัวเองเป็นเจ้าชาย  แต่ดีใจที่ในที่สุดก็กลับมาแหกกฏเยี่ยงเดิม ฮ่าๆๆ  อยู่เคียงข้างกันนานๆ นะ  ชอบที่เรื่องนี้ให้ตัวละครคิดวิเคราะห์มองตัวเองลึกๆ ว่ากำลังรักหรือหลงกันแน่  ชอบตรงนี้มากๆ ค่ะ จะติดตามต่อไปจ้าbig smile

#4 By karnalone on 2014-05-09 22:06

อุ๊ยพึ่งเห็นว่ามีสองตอนก่อน ฟฟฟฟ /สกิลต่อเรื่องเองขั้นเทพจริงๆ

#3 By fahmai on 2014-04-11 14:36

เอื้อะะะะ ฟินก่อนสงกรานต์ 
ดราม่าปวดใจแล้วจบยังงี้มันฟฟฟฟฟฟฟจังเลยค่ะ ฮวือออออ สำหรับเราความรักมันก็คงไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเหมือนกัน ยิ่งชายชายยิ่งยาก แยกรักกับหลงยิ่งยาก บางทีมันต้องมีเวลาดราม่าให้มันเจ็บมันอาจจะรู้ตัวชัดขึ้นมั่ง ฟ้าหลังฝนมักร้อนเสม--- #ผิด 

#2 By fahmai on 2014-04-11 14:27

ฟิน.........

The.wolF View my profile