[ori] Prince :: Over and Over #2

posted on 09 Apr 2014 22:53 by wolf-zaa in Fiction, Original directory Fiction
----------
 
 
 
 
Over and Over #2
 
The.wolF
 
Ian Godden x Rixas Eglese ; NC-15
 
>>  Part  01  |  02  |  03 
 
 
Warning!! เรื่องนี้มีส่วนที่เป็น Slash, Yaoi แล้วแต่ศรัทธาจะเรียก ถึงจะคนเขียนเดียวกัน แต่ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับใดๆ กับตัวเรื่องหลักเน้อ แค่สนองนี้ดเราเท่านั้นแหละ (ฮา)
สำหรับเรื่องหลัก หาอ่านได้ที่นี่ค่ะ >>
 
ส่วนฟิคนี้เราก็อปมาจากใน FanPage ของเราเองอีกทีหนึ่ง รวบรวมและเกลาภาษานิดหน่อยให้อ่านกันง่ายๆ เนอะ :)
 
 
 
 
 
 

#2

  

 

 

ไม่ว่าพระเจ้าจะรับรู้หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่ริกซัสไม่เคยคิดว่าจะเจอกับตัวคือการถูกรัก

จะว่ามองโลกในแง่ร้ายก็ได้ แต่เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครรักเขา รักที่มากกว่าแค่ศรัทธา รักที่ไม่ใช่แค่เงยหน้าขึ้นมอง แค่เพราะเขาช่วยเหลืออะไรสักอย่างที่เล็กน้อยเหลือเกินในสายตาเขา ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าใครที่ไหน แต่ทุกคนกลับมองขึ้นมาด้วยสายตาเดียวกันนั้น

 

เขาไม่เคยคิด และยังเชื่อว่าที่เอียนมันเป็นบ้าไปอยู่นั่นก็ไม่ใช่รักแบบที่เขาเข้าใจ

มันอาจจะแค่บ้า แค่สับสน แค่หลงทาง... ใช่ แค่หลงทาง มันถึงได้มาหยุดที่เขา

 

 

ริกซัสเข้าใจแบบนั้น, จนกระทั่งเขากลับเข้าไปเหยียบที่ห้องของอีกฝ่ายเป็นครั้งแรกหลังจากเริ่มมองหน้ากันไม่ติด

 

ตอนนั้นดึกมากแล้ว หากอาการนอนไม่หลับกลับตรงเข้าเล่นงานจนทนนอนต่อไปไม่ได้ ลุกขึ้นมานั่งทำงานเผื่อจะง่วงขึ้นมาบ้าง ก่อนจะนึกได้ว่ามีเอกสารบางส่วนที่ยูคลิดฝากไปทางเอียน และเขายังไม่ได้ให้จัสตินไปเอามา

เขาเดาว่าคงอยู่ในห้องของเอียนนั่นแหละ แค่เข้าไปหยิบคงไม่ยาก

 

ไม่ยาก,

และหยุดมองไม่ได้

 

เขาเปิดเข้าไปแล้วก็สงสัย เห็นเอียนหลับสนิทอยู่บนเตียงแล้วมุ่นคิ้ว นึกแปลกใจที่คนนอนไวแบบมันไม่ตื่นเมื่อได้ยินเสียงประตู ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้น แค่เสียงอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็ปลุกมันได้แล้วสมกับที่เคยอาศัยอยู่ในป่า

ตั้งแต่เมื่อไรที่มันหลับลึก, ตั้งแต่เมื่อไรที่มันดูอิดโรย

 

หรือตั้งแต่วันนั้น...

 

เขาเข้าไปใกล้ ก้มมอง

ท่ามกลางแสงสลัวที่ส่องมาจากนอกหน้าต่าง แลเห็นรอยคล้ำที่ใต้ตา ดูอิดโรย, สิ้นแรง

น่าสมเพช...


แล้วมือของคนน่าสมเพชก็คว้ามือเขาเอาไว้เหมือนจงใจ

ริกซัสสะดุ้ง กลืนน้ำลายไม่ลงคอ โดยเฉพาะเมื่อเอียนนำมันจรดเข้ากับริมฝีปาก

กระซิบ

 

 

 

 

"...ริกซัส..."

 

 

 

 

นั่นน่าจะเป็นครั้งแรกที่ใจเขาสั่น สั่นมาก สั่นรุนแรง แต่ก็ไม่กล้าถามอะไรออกมา ไม่แม้แต่จะถามอยู่ในใจ

เขาชักมือกลับ ลืมเรื่องเอกสารนั่นไปโดยสิ้นเชิงระหว่างเดินกลับไปทิ้งตัวลงนอน ทั้งๆ ที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ข่มตาหลับไม่ลงสักที มีแต่หัวใจที่เต้นรัว สะท้อนก้องอยู่ในช่องอก

 

บัดซบ บัดซบ บัดซบ

เขาไม่ควรเห็น

ไม่ควรได้ยิน

ไม่ควรรับรู้

ไม่ควรเฉียดผ่านเข้าไปใกล้ตามที่มันบอกจริงๆ

 

เพราะหัวใจเขาสั่น

 

"ไอ้เวรนั่น..."

 

 

ทำไมต้องทำหน้าเจ็บปวดแบบนั้นด้วย,

 

 

เจ็บแบบที่เขาเคยเจ็บเพราะความรัก...

 

 

 

 

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

 

 

 

 

เรื่องคืนนั้นเขาเมา เมามาก เมาจนจำอะไรไม่ได้


สิ่งเดียวที่ยังค้างอยู่ในความทรงจำคือไอร้อนที่มือข้างนั้น ทั้งๆ ที่ผ่านมาก็หลายวันแล้วแต่ยังไม่จางหายไปสักที... ไม่สิ มันหายไปนั่นแหละ หายไปตามกาลเวลา เพียงแต่สิ่งที่ยังค้างคาอยู่ในใจต่างหากที่ทำให้เขาหนีไปไหนไม่ได้

 

เขาพยายามไม่คิด แต่ทุกครั้งที่เอกสารเสร็จไปแผ่นหนึ่ง สายตาจะเหลือบไปยังหลังมือข้างนั้น

ให้มันเหลือร่องรอยที่มองเห็นได้ด้วยตายังจะดีเสียกว่า เพราะอย่างน้อยเขาก็จะได้ซ่อนมันได้

ไม่ใช่ไม่ปรากฏให้เห็นกันแบบนี้...


"ขอประทานอภัยเพคะองค์ชาย" เสียงหวานใสดังขึ้นที่ประตู "ท่านราชครูฝากงานมาถวายเพคะ"

ริกซัสเงยหน้าขึ้น พยักหน้าให้หล่อนเข้ามา แคโรไลน์วางกองเอกสารไว้บนโต๊ะแล้วถอนสายบัว ก่อนที่หล่อนจะเหลือบเห็นนัยน์ตาสีฟ้านั่น

 

 

 

 

สีฟ้าที่หวั่นไหว,

สีฟ้าที่หล่อนศรัทธา... สั่นคลอน...

คงต้องโทษผืนดิน

อีตาบ้านั่น

 

 

 

 

"องค์ชายเพคะ" แคโรไลน์เรียกเสียงแผ่ว "ทรงยังไม่ได้คุยกับองครักษ์ของพระองค์อีกหรือเพคะ"

ริกซัสหันมอง หรี่ตาลง แววไหวหายไปจากกรอบสายตา

"ทำไม"

"หม่อมฉันบังเอิญได้คุยกับเขาเมื่อหลายวันก่อน..."

 

เนตรสีจางมองหล่อนเขม็ง แคโรไลน์ไม่เบนหนี เพียงเหยียดตัวขึ้นตรง สาวเท้าเข้ามาใกล้

มือกระชากคอเสื้อเจ้าชายหนุ่มมาไว้

 

 

แล้วก้มลงจูบ

 

 

ริกซัสอ้าปากค้าง แคโรไลน์ถอยห่าง ยักไหล่นิดหนึ่งอย่างไม่สมเป็นกุลสตรีที่สุดเท่าที่เคยทำมาในชีวิต

"เขาฝากมาถึงท่านเพคะ" หล่อนทิ้งท้าย "ผู้ชายน่าสมเพชพรรค์นั้นน่ะ"

ริกซัสหน้าร้อน ครั้งสุดท้ายที่ริกซัสหน้าร้อนเพราะถูกผู้หญิงจูบ น่าจะเกือบห้าปีมาแล้ว

เขาต้องสารภาพว่าเคยเหลียวมองแคโรไลน์ หล่อนมีทุกอย่างที่ดีพร้อม เลิศเลอ น่าหลงใหล แต่ไม่ใช่เพราะหล่อนที่ทำให้เขาทำตัวไม่ถูก


ชื่อนั้นต่างหาก

ชื่อของคนน่าสมเพชบางคน

 

 

ที่หล่อนบอกว่าฝากมา...

 

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

 

"ไม่ดีหรือคะคุณชาย"

 

เสียงกระซิบแว่วๆ ยั่วยวนของหญิงสาวในหอนางโลมคลอเคลียอยู่ที่หู คนฟังถอนหายใจ แทนคำตอบว่าไม่ดี... แบบนี้มันไม่ดีเลยสักนิด...

มันเป็นซ่องนามโลมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเหนือ ธุรกิจพวกนี้เป็นเรื่องปกติเหลือเกินในยุคสมัยและอาณาจักรของเขา ริกซัสมาที่นี่บ่อย ไม่เปิดเผยชื่อ ไม่บ่งบอกฐานะ มีแค่เงินกองใหญ่ที่ทำให้เจ้าของหอไม่กล้าปริปากบ่น
หญิงสาวในชุดสีดำเย้ายวนอยู่ตรงหน้า

 

แต่อะไรที่มันจุดความร้อนขึ้นมา

อะไรที่มันทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้

อะไรที่มันกระแทกลงไปถึงหัวใจ

 

ไม่ใช่ริมฝีปากนั่น

ไม่ใช่การเชื้อเชิญแบบนั้น

ไม่ใช่ความพยายามที่่จะเร้าอุณหภูมิให้สูงขึ้นนั่น...

ไม่,

ไม่,

 

แต่เป็นแค่ชื่อ

แค่สายตา

แค่ตัวตนของ...

 

ของ...

 

"ขอโทษ" ริกซัสผละตัวออกห่าง "ไว้ข้าจะจ่ายให้"

"อ้าว จะกลับแล้วหรือเจ้าคะ" หล่อนดูแปลกใจ "ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย"

"ไม่เป็นไร"

หล่อนเลิกคิ้ว วาดยิ้มแล้วโน้มเข้ามาเล่นต่างหูเขา

"ตกหลุมรักใครเข้าแล้วหรือเจ้าคะ" หล่อนถาม งับจุดที่พ้นคอเสื้อขึ้นมาแผ่วเบา "เหมือนเมื่อห้าปีก่อนนั่น ที่ท่านมาที่นี่ครั้งแรก..."

มือใหญ่คว้าปับเข้าที่ปากหล่อน แต่ปิดสายตาเอ็นดูนั่นไม่ได้

"คุณชายเจ้าคะ"

"อะไร"

"รักเขาให้มากๆ นะเจ้าคะ" หล่อนว่า ไม่มีกระแสเย้ายวนเหมือนเคย "อย่าหาใครมาเป็นตัวแทนเลย"

"..."

"หรือไปรักคนที่ไม่ควรเข้าอีกแล้ว?"

"..."

"ให้ข้าปลอบใจไหมเจ้าคะ"

นั่นสินะ...

นั่นสิ

เขารักได้ที่ไหนกัน...

"ต้องจ่ายเพิ่มเท่าไร"

"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เพื่อคุณชาย ข้าบริการให้พิเศษได้"

 

ริกซัสพ่นลมหายใจยาว หลับตา คว้าเอวหล่อนรวบเข้ามาไว้แล้วปล่อยให้คืนนั้นผ่านไป

และพยายามลืมชื่อของใครอีกคนที่มันผ่านเข้ามาในหัว

 

ใครอีกคนนั่น,

ที่เขายังไม่อยากให้เปลี่ยนไป

ยังไม่อยากให้จากไป

ยังอยากยืดเวลาให้เป็นเหมือนเดิม

อีกนิด,

อีกนิด,

แม้ว่ามันจะไม่มีวันกลับมาแล้วก็ตาม...

 

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

 

แล้ววันนั้นก็กลับมา

 

วันที่หัวใจของริกซัสแทบหยุดทำงาน

 

วันที่ใครบางคนบุกเข้ามาในห้องตอนเช้า กระแทกประตูเปิดอย่างไม่เกรงใจเหมือนเช่นเคย

 

 

"เจ้าชาย ตื่นได้แล้ว จะนอนไปถึงไหน"

 

 

เสียงทุ้มห้าวคุ้นเคย

ครืด!

ผ้าม่านที่ถูกกระชากเปิดรับแสงภายนอกอย่างเคย

"ไม่ต้องมาทำเป็นหลับต่อ เดี๋ยวพ่อถีบตกเตียงเลยไอ้เด็กนี่"

และคำด่าทออย่างเคย


ริกซัสยันตัวลุกขึ้นพรวด หน้าตาผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมด

 

 

 

 

"เอียน?"

 

 

 

 

"อะไร" อีกฝ่ายถามกลับ ยังง่วนอยู่กับโถเครื่องหอมที่ริมหน้าต่าง "นี่ข้าไม่อยู่แป๊บเดียวลืมจุดเลยเหรอวะ อะไรของท่านเนี่ย"

"แก... ทำไม..."

"อะไร" องครักษ์ถามซ้ำ หันกลับมาสบด้วย "ทำไมหรือเจ้าชาย"


หัวใจของริกซัสแทบหยุดทำงาน เอียนไม่หลบตาเขา ซ้ำยังมองตรงมาอย่างแปลกใจจริงๆ ไม่มีเค้าของความเจ็บปวดเหลืออยู่เลย

มันปกติเกินไป

คุ้นเคยเกินไป

เหมือนเดิมเกินไป

 

แต่เดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา มันไม่ใช่แบบนี้

มันไม่ควรจะกลับมาเป็นแบบนี้ได้...

 

"ไปกินอะไรผิดมา" เขาถามเสียงแหบ เอียนแยกเขี้ยว เดินกลับมา

"หยุดเฉไฉแล้วตื่นซะทีเหอะ ข้าขี้เกียจปลุกแล้ว" มันขยี้ผมเขาแรงๆ "ตื่นด้วยนะเว้ย ไม่ปลุกซ้ำแล้วนะ"

พูดจบก็เก็บข้าวของเดินออกนอกห้องไป

 

ปกติที่สุด

ปกติเกินไป

 

ริกซัสได้แต่นั่งนิ่ง

ราล์ฟเคยบอก ว่าเอียนเป็นสัตว์ร้ายที่ซ่อนความเจ็บปวดในแววตาได้เก่งและแนบเนียนที่สุด

 

อาจจะจริง

 

เพราะในดวงตานั่น,

 

ไม่มีรอยร้าว...

 

 

ริกซัสกลืนน้ำลายไม่ลงคอ อากาศที่ไหลเข้าไปในหลอดลมเริ่มทิ่มแทงเหมือนเข็มพิษ เลือดทุกหยดที่กำลังหล่อเลี้ยงก็เริ่มกรีดบาดไปตามร่างกาย ชาหนึบไปจรดปลายนิ้ว


ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนพูดเอง ว่าอยากให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

ให้ไม่เปลี่ยนแปลง ให้กลับคืนมา

ทั้งๆ ที่มันเป็นไปไม่ได้

 

แต่วินาทีนั้น ชายหนุ่มเพิ่งรู้

เพิ่งรู้จริงๆ

 

 

 

 

ว่าในวันที่ความต้องการนั่นเกิดเป็นจริงขึ้นมา

 

มันจะทำให้การเต้นของหัวใจ

 

เจ็บได้ถึงขนาดนี้...

 

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

 

เอียนกลับมาแล้ว, กลับมาได้สามวัน

มากพอจะทำให้ริกซัสไม่ได้หลับแม้แต่วันเดียว

เขาไม่ยอมให้เอียนเข้ามาปลุกอีกต่อไป เจ้าชายหนุ่มหลับหลังเที่ยงคืนไปอีกและตื่นก่อนอีกฝ่ายจะเข้ามา ถ้าจะพูดให้ถูกต้องเรียกว่าไม่ได้นอนเลยมากกว่า มีหลักฐานเป็นหน้าโทรมๆ กับรอยคล้ำๆ ที่ใต้ตา และบรรยากาศรอบตัวที่ดูดุขึ้นกว่าเดิมอีกราวสิบเท่า

เอียนยังทำงานตามปกติ ไม่หลบหน้าและยังกวนประสาทเหมือนเดิม แต่ชายหนุ่มกลับไม่เถียงไม่แย้งอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ซึ่งริกซัสรู้ มันจงใจไม่พูดถึงอะไรก็ตามที่ "ผิดปกติ"


เอียนกลับมาแล้ว, กลับมาเป็นเหมือนเดิม

ใกล้เข้ามาเหมือนเดิม

ในขณะที่หัวใจเขา,

เต้นไม่เหมือนเดิมอีกเลย...

 

งี่เง่า งี่เง่าชะมัด

 

ยังไม่อยากยอมรับว่าเขามีอะไรดีพอจะให้ใครรัก แต่ก็พอรู้แล้วว่าเอียนมันไม่ได้แค่หลงทาง หรือต่อให้หลง มันก็ยินดีจะหลงมาหาเขา

แต่เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายหลงทาง

 

 

เพราะมันผิด, ผิดทุกอย่าง

 

 

เขายังมีชื่อเจ้าชายค้ำคอ

มีศักดิ์ศรีที่ต้องรักษา

มีขนบที่หนีไม่พ้น

และทุกคนก็รู้ว่าสักวันเขาจะต้องแต่งงาน

สักวัน, อย่างไรมันก็ดิ้นไม่หลุด

 

 

สักวันเอียนเองก็ต้องแต่งงาน มันเองก็ต้องเคยคิดถึงบ้าง

แต่เขาเป็นผู้ชาย และมันเป็นผู้ชาย

เขาเป็นเจ้าชาย มันเป็นองครักษ์

เขายืนอยู่บนฟ้า มันเหยียบอยู่บนดิน

 

พวกเขาไม่มีวันบรรจบกัน

 

เขาคิด คิด คิด และคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกจนไม่รู้จะคิดอะไรต่อไป

แต่ทุกความคิด จบด้วยข้อสรุปที่ว่าดินกับฟ้า... แตะกันได้แค่ในระยะสั้นๆ

พวกเขาควรจะอยู่ไปด้วยกันแบบนี้, ขนานไปด้วยกัน

 

แต่ไม่ใช่ในนามของความรัก เพราะมันบรรจบกันไม่ได้

 

ที่สำคัญที่สุด,

คือเขาไม่รู้ว่าความรักคืออะไร

เขาคิดอะไร

 

ที่หัวใจเต้นผิดจังหวะแบบนี้ มันแปลว่าอะไร

 

รัก

หวั่นไหว

หรือแค่จังหวะเวลาที่มันพอดี

แค่ความรู้สึกดีๆ ที่บังเอิญผ่านมา

แค่ใกล้ชิดกันมากเกินไป

แค่รู้จักกันดีเกินไป

แค่ได้เป็นตัวของตัวเองมากเกินไป

ถ้าเป็นแค่นั้น, แค่นั้น

มันจะดีแล้วหรือไง

 

ที่เขาจะเอื้อมมือออกไปหามัน...

 

เขาไม่อยากหลอกใคร

เพราะแม้แต่เขาเองก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ว่าไอ้ที่เต้นอยู่ในอก,

 

ไอ้ความรู้สึกบ้าๆ นี่,

 

มันแปลว่าอะไรกันแน่...

 

 

"เอ้า นี่เอกสารของวันนี้ อันนี้ท่านยูคลิดฝากมาบอกว่าถ้าสงสัยอะไรให้ไปถามผู้รับผิดชอบโดยตรงได้เลย แล้วก็..."

เสียงของเอียนแว่วมา ริกซัสพยายามที่จะไม่กำเอกสารแผ่นนั้นให้ยับไปหมด

 

หยุดซี่,

หยุด

 

ไอ้ความรู้สึกที่ระบุไม่ได้นั่นน่ะ หยุดกรีดร้องได้แล้ว

หยุดกรีดร้องด้วยเสียงเดียวกับวันนั้นสักที

 

วันที่อีแวนเจลีนจากไป วันที่ความรักไม่เคยหวนคืนกลับมา

 

 

วันที่เขาไม่เหลือใครอีกเลย...

 

 

เอียนยังอยู่, ก็ยังอยู่ตรงหน้านี่ไง

ไม่ได้ไปไหน ไม่ได้ไปไหน

ไอ้หัวใจบัดซบ เงียบสักที เขาไม่อยากได้ยินเสียงชีพจรดังๆ จากเส้นเลือดใหญ่ทุกเส้นแล้ว

 

มันไม่ใช่ความรัก

มันไม่ใช่ความรัก

มันไม่ใช่ความรัก

 

"เหม่ออีกแล้ว จะเซ็นได้รึยัง ข้าจะได้เอาไปส่งให้"

ริกซัสก้มหน้า ทำงานต่อไป

 

อย่าสบตา

อย่าสบตา

รักที่จบไม่สวย ไม่ควรจะเริ่มต้น

ระหว่างพวกเขา มันไม่ควรจะมีอะไรมาตั้งแต่แรกแล้ว

 

เอียนหยุดแล้ว ไม่เหลือรอยร้าวให้เขาเห็นอีก

เขาเองก็ต้องหยุดให้ได้

 

ทุกอย่างต้องหยุดตรงนี้

 

 

 

 

มันไม่ใช่ความรัก

 

มันไม่ใช่ความรัก

 

มันไม่ใช่ความรัก

 

 

สมองระยำ หยุดคิดสักที

หัวใจบัดซบ หยุดกรีดร้องได้แล้ว

 

ก็บอกว่าไม่ใช่,

 

ไม่ใช่ยังไงล่ะ...

 

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

 

องครักษ์เดินออกจากห้อง ปิดประตู ก่อนจะพบใครรออยู่ตรงนั้นเหมือนเคยด้วยแววตาที่กรีดลงไปถึงข้างใน

 

"แบบนี้จะดีแล้วจริงๆ หรือ"

 

"ดีแล้วน่า"

 

"นี่" มือของท่านหญิงคนงามบีบเข้าที่คางเขาให้เงยหน้าขึ้นสบ เสียงอ่อนลง "ก็ยังเจ็บอยู่ไม่ใช่เหรอ"

 

ถึงต่อหน้าใครบางคนจะดูเหมือนไม่เจ็บ แต่ในแววตาสีเปลือกไม้ที่เห็นอยู่ตอนนี้ ต่อหน้าหล่อน มันยังคงร้าวไม่หาย


ไม่สิ, ร้าวกว่าเดิมเสียอีก

 

 

"ปล่อยไว้นานกว่านี้สิจะแย่" เอียนยักไหล่ "ข้าน่ะไม่เป็นไรหรอก"

 

"องค์ชายทรงเป็นห่วงตาย"

 

"พูดเหมือนตอนนั้นเจ้าชายไม่ห่วง" เขาสวนกลับ "เจ้าชายน่ะขี้ห่วง ข้ารู้ เจ้าเองก็รู้ คนใจดีแบบนั้นทนไม่ได้หรอก ให้ข้าแกล้งกลับไปทำเหมือนเดิมน่ะดีแล้ว"

 

"มันกะทันหันไปหน่อยไหม"

 

"เพิ่งผ่านมาแค่เดือนเดียว" เอียนถอนหายใจ "เดี๋ยวก็ลืม"

 

 

"เจ้าเห็นองค์ชายเป็นคนโหดร้ายขนาดนั้นเลยหรือ"

 

 

เอียนหันกลับไปมอง

 

นัยน์ตาสบเข้า อ่อนแรง เหนื่อยล้า

 

 

 

"แล้วที่ทำอยู่ เจ้าชายไม่โหดร้ายตรงไหน...?"

 

 

 

มันเหมือนให้ความหวังทั้งๆ ที่ไม่มีอยู่จริง

 

เหมือนหลอกล่อให้ไล่ตาม

 

ให้หลงรัก

 

ให้ไขว่คว้า

 

 

ทั้งๆ ที่เรื่องระหว่างพวกเขา,

 

ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรกแล้ว...

 

แคโรไลน์ถอนหายใจบ้าง

"เจ้าควรจะคุยกับองค์ชายให้รู้เรื่อง"

 

"คุยอะไร"

 

"ก็เรื่องทั้งหมดนี่ ว่าจะเอายังไงแน่" หล่อนว่า "ให้มันค้างคาแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ"

 

"ถึงขั้นนี้แล้วน่ะหรือ"

 

 

หนึ่งเดือนที่ไม่มีอะไรตอบกลับมานอกจากความใจดี

 

มากพอแล้ว, เขารู้เกินพอแล้ว

 

ว่าคนที่เจ็บแทบบ้า รักแทบคลั่งมีแต่เขา

 

 

และเจ้าชายใจดีเกินกว่าจะตัดสายสัมพันธ์ให้ขาดด้วยตัวเอง

 

 

เขาจะไม่ฝืนให้เจ้าชายต้องตัดขาด,

 

มันจะทำร้ายเจ้าชายเกินไป

 

เขาจะไม่ฝืนให้เจ้าชายต้องทนรอเขากลับไปเป็นเหมือนเดิม,

 

มันจะทำร้ายเจ้าชายเกินไป

 

 

เขาจะไม่ฝืนให้เจ้าชายต้องมารักเขา,

 

และเขาจะไม่ฝืนให้ต้องบอกลา

 

เพราะเขารู้ ว่าคนที่จะเจ็บปวดคือริกซัส

 

 

 

เพราะงั้น, ไม่เป็นไร

 

ต่อให้เขาต้องฝืนจนแทบบ้า สาหัสจนแทบไม่เหลือแรงให้หายใจ

 

เขาก็จะฝืน,

 

ฝืนกลับไปเป็นเหมือนเดิม, แบบที่เจ้าชายต้องการ

 

 

 

ไม่เป็นไร,

 

เขาทนได้

 

เขาเจ็บได้ เขาเหนื่อยได้ เขาท้อได้

 

 

แต่เจ้าชายจะเจ็บปวดไม่ได้,

 

 

ไม่ใช่เพราะเขา

 

 

เพราะงั้นซ่อนมันเอาไว้, รอยร้าวในดวงตา

 

ปิดมันเอาไว้, บาดแผลที่ลึกเกินกว่าจะรักษาหาย

 

เก็บมันเอาไว้, ความรักที่เต็มหัวใจ

 

 

"ข้าฝืนได้" เอียนกระซิบย้ำเป็นคำสุดท้าย แคโรไลน์ไม่รู้จะตอบอะไรกลับมาอีก

 

 

 

 

ฝืนไว้,

ไม่ว่าจะนานเท่าไรก็ตาม

 

ทนเอาไว้,

 

ต่อให้จะตายก็ต้องทนไว้ให้ได้

 

 

เพราะเขาไม่มีสิทธิ์จะเอาเลือดและความเจ็บช้ำของตัวเอง

 

 

ไปแปดเปื้อนผืนฟ้าเลย...

 

 

 

 

 

 
TBC.
 
แอ๊ย♥

Comment

Comment:

Tweet

อ่านสองตอนก่อนจบถึงรู้ ว่าดราม่าตอนสามมันเสี้ยวเดียว ปวดจุยยยยย ฮวืออออออออออ คนใจดีมักใจร้ายไม่รู้ตัวนะ ฮวือออออออ //นี่ถ้าลงไม่ต่อกันค้างตายจริงๆ ทำไมเขียนได้ทำร้ายกันขนาดนี้นะ ฮึ่ย ฮึ่ยยย   

#1 By fahmai on 2014-04-11 15:51

The.wolF View my profile