[fic] Heartbeat. I :: Chris*Piers

posted on 17 Jul 2013 22:44 by wolf-zaa in Fiction directory Fiction
 
----------
 
 
 
 
Heartbeat. I
 
The.wolF
 
Resident Evil 6 ; Chris Redfield x Piers Nivans ; PG
 
      >> Part II
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

เพียร์ส นีวานส์ สบถออกมาอย่างขัดใจเมื่อกระสุนพลาดเป้า

 

ถ้ามองจากสายตาของทหารคนอื่น หรือแม้แต่ในสายตาของผู้บังคับบัญชาขั้นสูงก็เถอะ กระสุนนัดสุดท้ายที่เขายิงออกไปจัดว่าแม่นยำที่สุดแล้วเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้ แต่มันก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจของคนยิงอยู่ดี

 

เป้าของเขาจัดว่าใหญ่ เป็นก้อนคอนกรีตขนาดปานกลางหนากว่า 250 mm. จากระยะร้อยเมตร กระสุนกระทบทีเดียวก็แตกเป็นเสี่ยงๆ แล้วอย่างน่ากลัวที่สุด แต่เขาพอกะได้ว่ามันเบี่ยงไปจากที่เล็งไว้แต่แรกไม่น้อย ไม่ใช่จุดกึ่งกลางพอดีและเบนสูงเกินไป แม้จะเกิดรอยแตกร้าวแต่มันก็เป็นเพราะอานุภาพอันรุนแรงของปืนที่ใช้

 

ในฐานะทหาร เขาพอใจ หากในฐานะของ “ชายผู้ไม่เคยพลาดเป้า” เขาหงุดหงิด

 

ชายหนุ่มรีโหลดกระสุนใหม่แล้วยกไรเฟิลต่อต้านรถถังในมือขึ้นประทับเตรียมยิง แต่พอเล็งผ่านศูนย์ขยายแล้วเห็นร่องรอยความผิดพลาดเมื่อครู่ เขาก็ค่อยลดปืนลงแล้วสบถออกมาเบาๆ คิ้วขมวดมุ่น เขม้นมองอย่างไม่พอใจนักพลางยกปืนขึ้นอีกครั้ง เล็งไปทางก้อนคอนกรีตที่วางเรียงต่อกันอยู่ใกล้ๆ

 

มือเริ่มสั่น บางทีเขาอาจจะยิงปืนนี่ติดต่อกันนานเกินไป

 

แล้วตอนนั้นเองที่มือของใครบางคนกดลงบนบ่า เพียร์สชะงักนิ้วที่กำลังจะสอดเข้าไปในไกได้อย่างทันท่วงที หันกลับไปมองผู้มาใหม่ที่มาเงียบๆ ไม่ให้สุ้มให้เสียง

 

เพียร์สถอดที่ครอบหูลงพักลงกับคอ กะพริบตาเมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงบึกบึนคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น เขาไม่แน่ใจว่าเคยเห็นมาก่อนหรือไม่ ถ้ามองด้วยสายตา อีกฝ่ายก็อาวุโสกว่าเขาโขอยู่ ผิวกร้าน เส้นผมสีเข้มนั่นตัดสั้นแบบทหารทั่วไป นัยน์ตาที่บรรจุอยู่ในกรอบลึกคมกริบ มั่นคง และ... ให้ตายเถอะ เพียร์สคิดว่านั่นคงเป็นดวงตาที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ทหารคนหนึ่งจะมีได้

 

มือหนาแกร่งที่ว่าอยู่บนไหล่เขาทำให้เพียร์สรู้สึกว่าตัวเองชักจะผอมแห้งเกินไปแล้วสำหรับสนามรบ

 

“...ครับ?”

 

ชายหนุ่มเสี่ยงถามออกไป คิ้วขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว

 

ผู้ชายคนนั้นปล่อยมือออก ขยับยิ้มให้แล้วถอยหลังไปก้าวหนึ่ง โบกมือไปมาในอากาศ

 

“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” เสียงกล่าวกลั้วหัวเราะ “ขอโทษที่รบกวนนะ ยิงต่อไปเถอะ”

 

เพียร์สกะพริบตาก่อนจะเหลือบมองรอบด้านอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครอยู่ในสนามนอกจากพวกเขาสองคน เห็นแล้วได้แต่นึกสงสัยหากก็ไม่ได้ออกปากถาม เพียงแค่ดึงที่ครอบหูขึ้นมาสวมอีกครั้งแล้วกลับไปยืนประจำที่เดิม หันกลับไปมองอีกฝ่ายแวบหนึ่งให้มั่นใจว่าพ้นจากระยะอันตราย

 

 

 

เสียงปืนดังสนั่น สองครั้ง คอนกรีตสองก้อนแหลกกระจาย

 

มือเขาหายสั่นแล้ว

 

 

 

“เพียร์ส นีวานส์!!”

 

เสียงห้าวๆ ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ไม่ดังเกินจนระบบตัดเสียงของที่ครอบหูของเขาจะทำงาน แต่น้ำเสียงนั่นเฉียบขาดพอจะทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือก หมุนตัวกลับมายกมือวันทยหัตถ์ก่อนที่จะทันได้คิดด้วยซ้ำ

 

ผู้ชายคนนั้นขยับยิ้มบาง

 

“ไม่เลวนี่”

 

“ค...ครับ?”

 

คนอายุน้อยกว่าได้แต่กลืนน้ำลาย วางปืนลงแล้วถอดอุปกรณ์ป้องกันเสียงออกอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่อีกฝ่ายกลับยิ้มอยู่อย่างนั้นจนเพียร์สอยากจะเชื่อว่ามันเป็นแววเอ็นดู

 

เอ็นดู? กับผู้ชายที่โตแล้วเนี่ยนะ?

 

“เอ่อ... มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ”

 

มีเสียงหัวเราะหึๆ ในลำคอแทนคำตอบ เพียร์สยิ่งไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี ฟังจากวิธีการออกเสียงเมื่อครู่ทำให้เขาพอเดาได้ว่าคนตรงหน้าคงคุ้นชินกับอำนาจไม่น้อย มันคือเสียงของคนที่ยืนอยู่เหนือกว่าทุกคนในฐานะของหัวหน้า ไม่ใช่แค่การล้อเลียนเล่นๆ อย่างที่เขาเคยเห็นทหารคนอื่นๆ เคยลอกเลียนเจ้านายของตนลับหลัง

 

“เพียร์ส นีวานส์ ใช่ไหม”

 

“ครับ”

 

“ใช้ไอ้นั่นมานานแล้วหรือยัง” เขาหมายถึงไรเฟิลต่อต้านรถถังที่เพิ่งถูกใช้งานไปเมื่อครู่ เพียร์สกะพริบตา

 

“ก็... พอสมควรแล้วครับ”

 

ชายหนุ่มเห็นนัยน์ตาคู่นั้นพราวระยับขึ้น ก่อนที่มันจะค่อยกวาดลงมายังท่อนแขนที่แนบชิดลำตัวราวกับจะประเมินอะไรหลายๆ อย่าง

 

“เก่งนี่”

 

เพียร์สปั้นหน้าไม่ถูก

 

“เอ่อ ขอโทษนะครับ” เขาเสี่ยงถาม “คุณเป็นใครหรือครับ”

 

คนถูกถามทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ยิ้มให้อีกครั้ง

 

“อ๊ะ ขอโทษ ฉันลืมแนะนำตัวใช่ไหม” คำตอบเรียบเรื่อย “ฉันคริส เรดฟีลด์”

 

หัวใจคนฟังเต้นผิดจังหวะ

 

 

 

“สนใจมาอยู่ใน B.S.A.A. กับฉันหรือเปล่า”

 

 

 

ณ วินาทีนั้น, เพียร์สยอมรับว่าลืมวิธีหายใจไปแล้ว.

 

 

 

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

 

 

 

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เพียร์ส นีวานส์ ก็กลายเป็นหน้าใหม่ในหน่วย B.S.A.A. ภายใต้การบังคับบัญชาของคริส เรดฟีลด์ -- ผู้ชายที่เป็นดั่ง “ตำนาน” ที่ยังมีชีวิตคนนั้น

 

หืม เพียร์สลืมบอกอะไรไปอย่างหนึ่งใช่ไหม

 

 

 

ใช่ คริส เรดฟีลด์ เป็นตำนาน

 

แต่ตำนานก็เป็นได้แค่ตำนานนั่นแหละ

 

 

 

สไนเปอร์หนุ่มไม่แน่ใจนักว่าตอนแรกๆ เขาใจเต้นแบบนี้หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ คือหัวใจมันเต้นแรงทุกครั้งที่หัวหน้าทีมเข้ามาคุยด้วยหรือยิ้มให้ (และให้ตายเถอะ จะขยันยิ้มอะไรนักหนาต่อหน้าเขา ปกติก็ไม่เห็นจะยิ้มพร่ำเพรื่อแท้ๆ) หากพออยู่ด้วยสักพักเข้าแล้วถึงค่อยรับรู้ว่า “ตำนาน” ที่ยังมีชีวิตก็คือ “มนุษย์” ธรรมดาๆ คนหนึ่ง ไม่ผิดอะไรไปจากเขาหรือทหารคนอื่นๆ เลยสักนิด

 

เขาเคยเห็นคริสหงุดหงิด ส่วนใหญ่เป็นเพราะงานและพวก HQ ทั้งหลายที่มีความเห็นไม่ตรงกัน และเคยเห็นอีกฝ่ายทำหน้าเหมือนอยากจะกระโดดออกนอกหน้าต่างเมื่อเขาเดินเข้าห้องมาพร้อมเอกสารอีกปึกใหญ่ๆ

 

ดูเหมือนตำนานคนนี้จะไม่ถูกกับงานเอกสาร

 

วันนี้ก็เหมือนกัน

 

“นีวานส์ ถ้าเป็นไปได้...” เสียงแหบๆ ดังมาจากหลังกองเอกสาร “ขอ... กาแฟฉันสักแก้ว...”

 

เพียร์สวางกองกระดาษในมือลง เลิกคิ้วขึ้นอย่างพอเดาอะไรได้

 

“เอาไว้กองนี้เสร็จก่อนนะครับ”

 

คริส เรดฟีลด์ ส่งเสียงครางในลำคอเหมือนเด็กถูกทำโทษ

 

“บุหรี่สักตัวก็ไม่ได้หรือ”

 

“ให้กองนี้เสร็จก่อนครับ”

  

คริสงึมงำอะไรฟังไม่ได้ศัพท์ เพียร์สยืนหน้านิ่งอยู่หน้าโต๊ะเช่นนั้น มองคนเป็นหัวหน้าทำงานไปเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ถึงจะหน้าตายหน้านิ่งแค่ไหน แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ไหล่ที่ตั้งตรงตลอดเวลาผ่อนลงเล็กน้อยก่อนที่มันจะแข็งเครียดมากเกินไปแล้ว

 

คริส เรดฟีลด์ คือพระเจ้าแท้ๆ เมื่อออกภาคสนาม เขาเห็นความเป็นผู้นำ เห็น “ใจ” ที่เผื่อแผ่ให้ลูกน้องทุกคนเหมือนคนในครอบครัวคนหนึ่ง และนั่นทำให้ทุกคนที่เดินตามแผ่นหลังนั่นอดไม่ได้ที่จะรัก แน่ล่ะ ภาคปฏิบัติมันก็เรื่องหนึ่ง แต่พอย้ายมาเป็นภาคทำงานนั่งโต๊ะ...มันก็อีกเรื่องหนึ่งเหมือนกัน

 

 

ข้อเสียของตำนาน

 

คือตำนานก็ยังเป็นคน

 

 

ช่วงแรกๆ เขาก็แปลกใจ หากพออยู่ไปอยู่มานานๆ เข้าก็ชักหน่ายที่ต้องมาคอยเฝ้าราวกับเฝ้าเด็ก เพียร์สไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันได้เข้ามาใกล้คนที่เขานับถือมากถึงขนาดนี้ และไม่เคยคิดอีกเช่นกันว่าจะต้องมาคอยควบคุมความประพฤติของอีกฝ่ายอย่างแสนจำยอม

 

 

 

จำยอมหรือ

 

จะว่าไปก็ไม่มีใครขอให้เขาทำหน้าที่นี้หรอก

 

 

 

“นีวานส์”

 

เสียงเรียกจากคนเป็นหัวหน้าดึงเขาให้หลุดจากภวังค์ ตอบกลับไป

 

“ครับ”

 

“ไม่ต้องยืนเฝ้าก็ได้ ฉันไม่หนีหรอกน่า”

 

“ไม่เป็นไรครับ” เพียร์สตอบแทบจะในทันที หัวหน้าเชื่อได้เสมอยกเว้นตอนที่พูดคำนี้นี่แหละ “ผมรอได้ครับ เดี๋ยวยังไงผมก็ต้องเอาไปส่งต่อให้อยู่ดี”

 

 

พูดจบแล้วเหมือนเห็นคนเป็นหัวหน้าแยกเขี้ยวใส่ เพียร์สไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไรดี ขำหรือปลง เหนื่อยหรือหน่าย แต่เอาจริงๆ มันก็ไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไรหรอก

 

คริสเลิกโอดครวญแต่เพียงเท่านั้นเมื่อเห็นเขายังไม่ยอมไปไหนเสียที ถอนหายใจออกมาเบาๆ เหมือนจะปลงไม่แพ้กัน เห็นแล้วก็ได้แต่คันปากยิบๆ อยากบอกเหมือนกันว่าเขาไม่ได้อยากมาอยู่ตรงนี้นักหรอก ไม่ใช่คริสคนเดียวที่เบื่อ เขาเองก็เบื่อ แต่เขาทนเห็นงานค้างคาให้ปล่อยผ่านไปไม่ได้เหมือนอย่างที่อีกฝ่ายทำ

 

พอเห็นคริสเริ่มจดจ่อกับแผ่นเอกสารตรงหน้าแล้วก็ค่อยเบาใจไปได้เปลาะหนึ่ง จากการสังเกต หัวหน้าของเขาจะมีสมาธิไปได้อีกนานพอสมควร นานพอที่จะเขาจะค่อยๆ หลบฉากออกไป เปิดประตูออกอย่างเงียบกริบที่สุดแล้วหายตัวไปจากห้อง

 

 

 

บุหรี่ทำให้เขาคอแห้งโดยเฉพาะตอนที่ไม่ได้เป็นคนสูบเอง เพราะฉะนั้น กาแฟเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

 

 

 

เพียร์สอาศัยช่วงเวลานี้ออกไปยังมุมพักผ่อนที่ตั้งอยู่ไม่ไกลออกไปนัก มีถุงกาแฟ น้ำตาล ครีม และกระติกน้ำร้อนพร้อมสรรพสำหรับนายทหารระดับสูงคนใดก็ตามที่กำลังจะสลบเพราะขาดคาเฟอีน

 

ชายหนุ่มหยิบถ้วยสีขาวสะอาดตามาวางไว้ เปิดถุงกาแฟสีเทาด้านๆ เหลื่อมเงินออก ตักผงกาแฟลงไป เติมน้ำร้อน หย่อนน้ำตาลลงไปก้อนหนึ่งแล้วหยิบช้อนขึ้นมาคนช้าๆ ให้เข้ากันระหว่างที่เดินกลับไป

 

เสียงช้อนกระทบขอบแก้วเป็นเสียงสุดท้ายที่เขาทำขึ้น ก่อนที่เพียร์สจะผลักประตูที่งับไว้อย่างไม่สนิทนักเข้าไป ปิดมันลงอย่างไม่มีเสียงแล้วก้าวตรงไปยังโต๊ะทำงานที่กลางห้อง

 

 

เขาวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะ คริสเงยหน้าขึ้นมองเขา

 

เพียร์สอยากสาบานว่าหัวใจเขาไม่ได้เต้นผิดจังหวะ แต่ให้ตายเถอะ มันแทบจะหยุดลงไปแล้ว

 

 

 

คริสมองเขาเหมือนคนที่หลงทางอยู่กลางทะเลทรายเห็นโอเอซิส

 

เขาตั้งใจว่าจะเก็บหัวใจเอาไว้เต้นแรงๆ ตอนที่อยู่ในภาคสนามแท้ๆ แต่ดูเหมือนจะทำไม่ได้ตราบใดที่อีกฝ่ายยังคงเป็นคริส เรดฟีลด์

 

จะดีแค่ไหน มีข้อเสียอย่างไร แต่สุดท้ายคริสก็คือคริสคนเดิมที่ทำให้เขา...เผลอ...

 

พระเจ้า

 

 

 

“ขอบใจนะเพียร์ส”

 

 

 

เสียงทุ้มห้าว ไม่ได้นุ่มนวลอ่อนโยนอะไรจนผิดปกติ หากเปิดเผย ตรงไปตรงมา และทำให้เพียร์สแทบลืมวิธีหายใจเป็นรอบที่เท่าไรไม่รู้ตั้งแต่ได้พบกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชื่อของเขาหลุดออกมาจากริมฝีปากคู่นั้นอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดราวกับเรียกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

 

เพียร์สก้มศีรษะลงรับคำขอบคุณ ไม่ได้เอ่ยอะไร แต่ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขานี่แหละที่จะเป็นฝ่ายขอถอนตัวจากหน้าที่คอยยืนเฝ้าอีกฝ่ายทำงาน

 

HQ จะบ่นก็ช่างหัวมันปะไร แต่เพียร์สก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะอ้างกับหัวหน้าอย่างไรดีถึงจะหลุดพ้นจากภาระนี้

 

 

 

 

จะให้เขาบอกว่าเพราะหัวใจมันรับไม่ไหวงั้นหรือ

 

 

 

บ้าชะมัด

 

หัวใจบัดซบ.

 

 

 

 

 

 

TBC.
 
 
 
----------
 
จริงๆ จะว่ามันจบก็จบแล้วล่ะนะคะ แต่เดี๋ยวมีพาร์ทสอง มุมมองเพ่คริสค่ะ (ฮา)
 
เขียนสองมุมมองแบบนี้สนุกดีนะคะ เห็นอะไรหลากหลาย~
 
สนุกตั้งแต่ฟิคฟุตสึเอย์ฟิคนั้นแล้ว *หัวเราะ*
 
 

Comment

Comment:

Tweet

แอร๊ย~~~~~ โดกิโดกิตามน้อง ( กร๊ากกกกก ) ชอบหนุ่มใหญ่เป็นอันตรายต่อหัวใจเป็นอย่างยิ่งค่า

#9 By tomei on 2013-07-20 09:52

ขอโทษค่ะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เห้นว่ามันพิมพ์ไม่ได้ เลยลองกดส่งดู แล้วมันเด้งพรุ่งๆ เลย ลบทีนะคะ จะขอกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด แง ไม่ได้ตั้งใจมาเสียมารยาท โฮก ชอบคู่นี้นะคะ ฮือออออ เขียนต่ออีกยเอะๆ นะคะ โฮกๆๆๆๆ

#8 By HeiLazaros on 2013-07-19 01:21

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก น่ารักมากเลยค่ะคุณน้องงงงงงงงงงงงงงงง
แงงงงงงงงงงงงงงงงงง อ่านแล้วโดกิตามไปด้วย น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เราขำตอนเพ่คริสอยากกระโดดออกนอกหน้าต่างมากค่ะ...
นุ้งเพียร์สซึนนนน /ตีเบย /โดนยิง

#2 By AkiyaS on 2013-07-17 23:23

ฟิคน่ารักจังงงง
ขอพาร์ทสองด่วนค่ะ 

#1 By [G]ust on 2013-07-17 23:00

The.wolF View my profile